เอกสารประกอบการดำเนินการ

พนักงานมหาวิทยาลัยที่ประสงค์จะขออนุมัติลาไปศึกษาภายในประเทศ ให้ยื่นเอกสารประกอบการพิจารณา ดังนี้

  • แบบขออนุมัติลาศึกษาภายในประเทศ
  • แบบใบลาศึกษา
  • หลักฐานการศึกษาของผู้ที่จะไปศึกษา
  • คำรับรองของผู้บังคับบัญชา
  • โครงการ/แนวทางการศึกษาภายในประเทศ
  • เหตุผลความจำเป็นที่จะไปศึกษาต่อภายในประเทศ
  • หลักฐานการตอบรับเข้าศึกษา
  • หลักสูตรหรือแนวการศึกษาของสถาบันที่จะไปศึกษา
  • กำหนดการเปิด-ปิด ภาคการศึกษา
  • หลักฐานการได้รับทุน (ยกเว้นกรณีทุนส่วนตัว)
  • บัญชีเครือญาติ
  • สัญญาของพนักงานมหาวิทยาลัยที่ไปศึกษา ฝึกอบรมหรือปฏิบัติงานวิจัย จำนวน 2 ฉบับ  (พร้อมหลักฐานประกอบ)
  • สัญญาค้ำประกัน จำนวน 2 ฉบับ (พร้อมหลักฐานประกอบการจัดทำสัญญา)

   การจัดทำสัญญาพนักงานมหาวิทยาลัยลาศึกษา ฝึกอบรมหรือปฏิบัติงานวิจัย

พนักงานมหาวิทยาลัยที่จะลาศึกษาภายในประเทศจะต้องจัดทำสัญญาพนักงานมหาวิทยาลัยลาศึกษา ฝึกอบรมหรือปฏิบัติงานวิจัย จำนวน 2 ฉบับ ตามแบบที่มหาวิทยาลัย มหิดลกำหนด เพื่อให้การดำเนินการจัดทำสัญญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ผู้ลาศึกษาแจ้งชื่อผู้ค้ำประกันให้งานทรัพยากรบุคคลทราบเพื่อประโยชน์ในการจัดพิมพ์ไม่ให้คลาดเคลื่อน พร้อมแนบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง


   เอกสารประกอบการจัดทำสัญญา มีดังนี้

(ก)  เอกสารของพนักงานมหาวิทยาลัยผู้ลา >>  กรณีไม่สมรส    (เอกสารหลักที่จำเป็นต้องมี)

–   สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน   จำนวน 2 ฉบับ  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

–   สำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ   จำนวน 2 ฉบับ  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

–   สำเนาบัตรทะเบียนบ้าน  จำนวน 2 ฉบับ  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

–   สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล  จำนวน 2 ฉบับ  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้ามี)

(ข)  เอกสารเพิ่มเติมกรณีพนักงานมหาวิทยาลัยผู้ลา  >>  มีคู่สมรสแล้ว

–   สำเนาทะเบียนสมรส  จำนวน 2 ฉบับ  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

–   สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน คู่สมรส  จำนวน 2 ฉบับ  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

–   สำเนาทะเบียนบ้านคู่สมรส  จำนวน 2 ฉบับ  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

(ค)  เอกสารเพิ่มเติมกรณีพนักงานมหาวิทยาลัยผู้ลา  >>  มีสถานภาพหม้าย  หย่า

–   สำเนาใบหย่า  จำนวน 2 ฉบับ  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง  (กรณีหย่าร้าง)

–   สำเนาใบมรณะบัตร  จำนวน 2 ฉบับ  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง  (กรณีหม้าย)


   การจัดทำสัญญาค้ำประกัน 

หลักเกณฑ์การจัดทำสัญญาค้ำประกัน มีดังนี้ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 136 ง 25 พฤศจิกายน 2548 หน้า 28) และ

1)  ผู้ค้ำประกันต้องเป็นบิดา หรือมารดาของผู้ทำสัญญา  ถ้าไม่มีทั้งบิดาและมารดา ต้องให้พี่หรือน้องร่วมบิดาหรือมารดาของผู้ทำสัญญาเป็นผู้ค้ำประกัน ทั้งนี้ ผู้ค้ำประกัน ไม่ต้องแสดงหลักทรัพย์ประกอบการทำสัญญาค้ำประกัน

2)  ถ้าไม่มีบุคคลตาม 1) จะให้บุคคลอื่นเป็นผู้ค้ำประกัน โดยแสดงหลักทรัพย์ก็ได้ เว้นแต่ในกรณีที่ไม่สมารถแสดงหลักทรัพย์ได้ ให้พิจารณาความสามารถในการใช้หนี้จากฐานะและรายได้แทนการแสดงหลักทรัพย์ได้

3)  ถ้าไม่มีบุคคลตาม 1) และ 2) ให้ส่วนราชการตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หากผลการตรวจสอบปรากฏว่า ผู้ทำสัญญาไม่มีบุคคลดังกล่าวตาม 1) และ 2) จริง ให้ทำสัญญาโดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันได้


   เอกสารประกอบการจัดทำสัญญาค้ำประกัน มีดังนี้

(1)  กรณีบิดา หรือมารดา เป็นผู้ค้ำประกันการลา

–   สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ผู้ค้ำ  จำนวน 2 ชุด  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

–   สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้ค้ำ จำนวน 2 ชุด  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

–   อากรแสตมป์ จำนวน 15 บาท

(2)  เอกสารเพิ่มเติมกรณีผู้ค้ำประกัน   >>  มีคู่สมรสแล้ว

–   สำเนาทะเบียนสมรส  ผู้ค้ำ/คู่สมรส  จำนวน 2 ชุด  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

–   สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน คู่สมรส จำนวน 2 ชุด  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

–   สำเนาทะเบียนบ้าน คู่สมรส  จำนวน 2 ชุด  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

(3)  เอกสารเพิ่มเติมกรณีผู้ค้ำประกัน  >>  มีสถานภาพหม้าย  หย่า

–   สำเนาใบหย่า  จำนวน 2 ฉบับ  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง  (กรณีหย่าร้าง)

–   สำเนาใบมรณะบัตร  จำนวน 2 ฉบับ  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง  (กรณีหม้าย)

(4)   เอกสารเพิ่มเติมกรณีผู้ค้ำประกัน >>  คือ พี่ หรือน้อง ร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน

–   บัญชีเครือญาติ


::  ข้อควรระวัง ::
  • ในการทำสัญญาไม่ต้องกรอกวันที่ทำสัญญา ให้เว้นช่องว่างไว้
  • กรณีที่ผู้ค้ำประกัน หรือคู่สมรสของผู้ค้ำประกัน ไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ สามารถประทับลายนิ้วมือ โดยมีผู้รับรองว่าผู้ค้ำประกัน หรือคู่สมรสของผู้ค้ำประกันได้ประทับลายนิ้วมือจริง โดยระบุรายละเอียดเช่น เป็นนิ้วใด ข้างใด ให้ชัดเจน
Page views: 0