ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา   (ใช้เกณฑ์ตามบัญชี 41)

1. กรณีปกติ ชั้นสายสะพาย

1.1.1  กรณีที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น (รองศาสตราจารย์, ศาสตราจารย์)  จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.พ.อ. ในการกำหนดตำแหน่งหรือระดับตำแหน่ง รวมถึงตำแหน่งที่ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้วเท่านั้น จึงจะเสนอขอพระราชทานได้

1.1.2  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ขอ ป.ม. เงินเดือนต้องถึงขั้นสูง ๕๙,๕๐๐ บาท ได้รับชั้น ท.ช. มาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปีบริบูรณ์

1.1.3  สายสนับสนุน ระดับชำนาญการพิเศษ ขอ ป.ม. เงินเดือนต้องถึงขั้นสูง 58,390 บาท  ได้รับชั้น ท.ช. มาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปีบริบูรณ์

    วิธีการดำเนินการ

  1.  ส่วนงานจะต้องดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคลากรในส่วนงานตามเกณฑ์บัญชี 41
  2.  จัดพิมพ์รายชื่อแยกตามชั้นตราลงในแบบบัญชีรายชื่อ (ขร 3/37)
  3.  สรุปแต่ละชั้นตราพิมพ์ลงในแบบบัญชีแสดงจำนวนชั้นตรา (ขร 1/37)

   เอกสารที่ต้องจัดส่งไปให้กองทรัพยากรบุคคล

2. กรณีปกติ ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย

2.2.1  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ขอชั้น ท.ช. จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.พ.อ. ในการกำหนดตำแหน่งหรือระดับตำแหน่ง แล้วเท่านั้น   จึงจะเสนอขอพระราชทานได้

2.2.2  อาจารย์ หรือ สายสนับสนุน ระดับชำนาญการ  กรณีเสนอขอ ท.ช. จะต้องได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของระดับชำนาญการพิเศษ  (22,140 บาท)  มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี    ซึ่งกรณีนี้จะใช้เงินเดือน ณ วันที่ 1 เมษายน ย้อนหลัง 5 ปี

2.2.3 กรณีชั้นอื่นที่มิใช่ชั้น ท.ช. ให้เป็นไปตามเกณฑ์บัญชี 41

    วิธีการดำเนินการ

  1.  ส่วนงานจะต้องดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคลากรในส่วนงานตามเกณฑ์บัญชี 41
  2.  จัดพิมพ์รายชื่อแยกตามชั้นตราลงในแบบบัญชีรายชื่อ (ขร 3/37)
  3.  สรุปแต่ละชั้นตราพิมพ์ลงในแบบบัญชีแสดงจำนวนชั้นตรา (ขร 1/37)

   เอกสารที่ต้องจัดส่งไปให้กองทรัพยากรบุคคล

3. กรณีพิเศษ ชั้นสายสะพาย

การเสนอขอพระราชทานครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษ  ส่วนงานจะต้องพิจารณาอย่างเคร่งครัดด้วยความรอบคอบว่า ผู้นั้นเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. 2536 ข้อ 11(3)  พร้อมส่งรายงานความดีความชอบตามรูปแบบที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนด  โดยจะต้องระบุผลงานและมีคุณสมบัติ  ดังนี้

  1. ต้องปฏิบัติหน้าที่ฝ่าอันตรายหรือปฏิบัติงานนอกเหนือหน้าที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นงานสำคัญยิ่งและเป็นผลดีแก่ราชการ และสาธารณชน
  2. ต้องคิดค้นสิ่งหรือวิธีการอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ประเทศชาติได้เป็นผลสำเร็จ โดยให้ระความดีความชอบให้เห็นเด่นชัดว่า ได้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งประการใด เมื่อใด และได้ผลดีอย่างไร ทั้งนี้  ต้องเป็นผลงานที่ได้กระทำภายหลังได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ครั้งสุดท้าย
  3. ไม่เป็นผู้ที่ขาดระยะเวลาการเลื่อนชั้นตราเกินกว่า 1 ปี  ยกเว้นกรณีที่มีเหตุผลสมควรอย่างแท้จริงเท่านั้น อันทำให้ไม่สามารถเสนอขอได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ล่าช้า หรือไม่สามารถเสนอขอพระราชทานเป็นกรณีปกติได้เพราะเหตุแห่งการเกษียณอายุราชการแล้ว  ก็ให้ระบุเหตุผลดังกล่าวยในรายงานและผลงานความดีความชอบเพิ่มเติมด้วย
  4. ผู้ที่ได้รับการประเมินผลงานและเลื่อนระดับให้สูงขึ้นย้อนหลัง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่พ้นจากราชการแล้วได้ประกอบคุณงามความดีเหมาะสมที่จะขอพระราชทานให้เป็นกรณีพิเศษ โดยระบุเหตุผลและผลงานความดีความชอบดีเด่นอันเป็นที่ประจักษ์ให้ชัดเจนเพิ่มเติมด้วยพร้อมจัดส่งหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

    วิธีการดำเนินการ

  1. ผู้เสนอขอพระราชทานฯ จะต้องจัดทำแบบรายงานความดีความชอบ ลงในแบบ กรณีพิเศษ/37
  2. จัดพิมพ์รายชื่อแยกตามชั้นตราลงในแบบบัญชีรายชื่อ (ขร 3/37)
  3. สรุปแต่ละชั้นตราพิมพ์ลงในแบบบัญชีแสดงจำนวนชั้นตรา (ขร 1/37)

    เอกสารที่ต้องแนบจัดส่งไปให้กองทรัพยากรบุคคล

2.1 กรณีปกติ ชั้นสายสะพาย (เฉพาะสายวิชาการ)

2.1.1 พิจารณาจากการดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์และศาสตราจารย์ ก่อนเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ยังไม่ถึงชั้นสูงสุดของตำแหน่ง (รศ. = ม.ว.ม., ศ. = ม.ป.ช.)

2.1.2กรณีที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำหน่งเป็นรองศาสตราจารย์ หรือ ศาสตราจารย์ หลังการบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ใช้คุณสมบัติตามบัญชี 18

   วิธีการดำเนินการ

  1. ส่วนงานจะต้องดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคลากรในส่วนงานตามเกณฑ์บัญชี 7/41/18
  2. จัดพิมพ์รายชื่อแยกตามชั้นตราลงในแบบบัญชีรายชื่อ (ขร 3/37)
  3. สรุปแต่ละชั้นตราพิมพ์ลงในแบบบัญชีแสดงจำนวนชั้นตรา (ขร 1/37)

   เอกสารที่ต้องจัดส่งไปให้กองทรัพยากรบุคคล

  1. บัญชีแสดงจำนวนชั้นตรา (ขร 1/37)   จำนวน 1 ชุด 
  2. บัญชีรายชื่อ (ขร 3/37)  จำนวน 1 ชุด พร้อมส่ง File ทาง email 
  3. คำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น
  4. แบบผลประเมินการปฏิบัติงานในรอบ 5 ปี ที่ผู้มีอำนาจลงนามในแบบเรียบร้อยแล้ว  พร้อมทั้งส่งรูปแบบ File Excel ทาง e-mail  (praneet.gli@mahidol.ac.th) (ส่วนงานจะต้องดำเนินการส่งผลประเมินการปฏิบัติงานย้อนหลัง 10 รอบการประเมิน)
2.2 กรณีปกติ ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย

2.2.1 พิจารณาจากระดับตำแหน่งสุดท้ายก่อนเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย และได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ยังไม่ถึงชั้นสูงสุดของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง

2.2.2 สำหรับตำแหน่งอาจารย์ หรือ สายสนับสนุน ระดับชำนาญการ ที่เปลี่ยนสถานภาพ หลังวันที่ 21 กันยายน 2553 กรณีเสนอขอ ท.ช. จะต้องได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของระดับชำนาญการพิเศษ  (22,140 บาท) มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี (ดูจากอัตราเงินเดือนของข้าราชการที่เคยได้รับ)  ซึ่งกรณีนี้จะใช้เงินเดือน ณ วันที่ 1 เมษายน ย้อนหลัง 5 ปี

   วิธีการดำเนินการ

  1. ส่วนงานจะต้องดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคลากรในส่วนงานตามเกณฑ์บัญชี 7/41/18
  2. จัดพิมพ์รายชื่อแยกตามชั้นตราลงในแบบบัญชีรายชื่อ (ขร 3/37)
  3. สรุปแต่ละชั้นตราพิมพ์ลงในแบบบัญชีแสดงจำนวนชั้นตรา (ขร 1/37)

   เอกสารที่ต้องจัดส่งไปให้กองทรัพยากรบุคคล

  1. บัญชีแสดงจำนวนชั้นตรา (ขร 1/37)   จำนวน 1 ชุด 
  2. บัญชีรายชื่อ (ขร 3/37)  จำนวน 1 ชุด พร้อมส่ง File ทาง email 
  3. คำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น
  4. แบบผลประเมินการปฏิบัติงานในรอบ 5 ปี ที่ผู้มีอำนาจลงนามในแบบเรียบร้อยแล้ว  พร้อมทั้งส่งรูปแบบ File Excel ทาง e-mail  (praneet.gli@mahidol.ac.th) (ส่วนงานจะต้องดำเนินการส่งผลประเมินการปฏิบัติงานย้อนหลัง 10 รอบการประเมิน)

ผู้ดำรงตำแหน่งในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีลักษณะพิเศษ (พนักงานมหาวิทยาลัยเงินงบประมาณ) แบ่งเป็น  2 กลุ่ม

  1. สายวิชาการ
  2. สายสนับสนุน

หลักเกณฑ์การพิจารณา

1. กรณีปกติ ชั้นสายสะพาย (สายวิชาการ)
  • พิจารณาจากการดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ พิจารณาตามหลักเกณฑ์ (ร่างบัญชี 18)
  • กรณีได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ พิจารณาตามหลักเกณฑ์ (ร่างบัญชี 18)
  • กรณีได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามร่างบัญชี ๑๘ ลำดับที่ ๖,๗,๘ พิจารณาตามหลักเกณฑ์ (ร่างบัญชี 18)
2. กรณีปกติ ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย (สายสนันสนุน)
  • พิจารณาพนักงานมหาวิทยาลัยที่บรรจุครบ 5 ปี (การขอพระราชทานเครื่องราชฯ ปี 2562 พนักงานมหาวิทยาลัยดังกล่าวจะบรรจุระหว่างวันที่ 30 พ.ค.56 – 29 พ.ค.57
  • พิจารณาพนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับชั้นตรา ปี 2556 ทุกชั้นตรา ให้เลื่อนชั้นตรา ชั้นถัดไป
  • พิจารณาพนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับการแต่งตามบัญชีร่าง ๑๘ (ลำดับที่ 2) พิจารณาตามร่างบัญชี 18

ให้ส่วนงานดำเนินการ ดังนี้

พิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่มีคุณสมบัติครบ ตรงตามหลักเกณฑ์ร่างบัญชี 18 มี 2 เงื่อนไขที่ต้องเปลี่ยน สำหรับการเสนอขอประจำปี 2562 ดังนี้

  1. กลุ่มพนักงานมหาวิทยาลัยที่บรรจุครบ 5 ปี เงื่อนไขคือ บรรจุระหว่างวันที่ 30 พ.ค.56 – 29 พ.ค.57
  2. กลุ่มพนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับชั้นตรา ปี 2556 ทุกชั้นตรา  ให้เลื่อนในชั้นถัดไปได้เลย
  3. ส่วนงานตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ให้ส่งข้อมูลไปยังกองทรัพยากรบุคคลเป็น File excel 24 คอลัมน์ เท่านั้น  (ส่ง File ไปยัง E-mail  sripair.roa@mahidol.ac.th  ภายในวันที่ 15 ก.ย. 61 เท่านั้น)  หากพ้นกำหนดให้ถือว่าส่วนงานไม่ประสงค์เสนอชื่อ

กองทรัพยากรบุคคลดำเนินการ ดังนี้

  1. ตรวจสอบความถูกต้อง File excel 24 คอลัมน์ ของทุกส่วนงานให้รูปแบบตัวอักษรถูกต้องตรงตามรูปแบบของโปรแกรมที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กำหนด
  2. นำ File excel 24 คอลัมน์ ของทุกส่วนงานมารวมกันให้เหลือเพียง File excel 24 คอลัมน์ เพียง File เดียว และดำเนินการ Upload ข้อมูลเข้าโปรแกรมของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
  3. เมื่อ Upload ข้อมูลเสร็จแล้ว โปรแกรมจะประมวลผลข้อมูลแบ่งเป็น 3 บัญชี ประกอบด้วย
    3.1 บัญชีชั้นสรุปชั้นตรา (แบบรพ 2 )
    3.2 บัญชีรายชื่อ (แบบ รพ 3)
    3.3 บัญชีคุณสมบัติ (แบบ รพ 4)
  4. กองทรัพยากรบุคคลนำบัญชีรายชื่อแขวนไว้ที่ เว็บไซต์ของกองทรัพยากรบุคคล โดยให้ส่วนงานตรวจสอบและยืนยันความถูกต้อง
  5. ส่วนงานทำหนังสือนำส่งบัญชีรายชื่อผู้เสนอขอประจำปี ไปยังกองทรัพยากรบุคคล ภายใน 15 ต.ค.61 

เอกสารที่ต้องจัดส่งไปให้กองทรัพยากรบุคคล

หลักเกณฑ์การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จะต้องเป็นลูกจ้างประจำหมวดฝีมือหรือลูกจ้างประจำที่มีชื่อและลักษณะเหมือนข้าราชการเท่านั้น และเป็นผู้ที่มีสมบัติอยู่เกณฑ์ตามบัญชี 15 เท่านั้น

  1. ต้องบรรจุเป็นลูกจ้างประจำปฏิบัติงานติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 8 ปี และได้รับเงินค่าจ้างตั้งแต่อัตราเงินเดือนขั้นต่ำของข้าราชการพลเรือนระดับปฏิบัติการ  (8,340 บาท)    ให้เริ่มต้นขอพระราชทานชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย (บ.ม.)
  2. กรณีเงินเดือนของผู้เสนอขอพระราชทานฯ เกินขั้นต่ำของข้าราชการพลเรือนระดับชำนาญการ (15,050 บาท) ขึ้นไป ให้เริ่มต้นขอพะราชทานชั้นเบญจมาภรณ์ช้างเผือก (บ.ช.)  ได้เลย

 วิธีการดำเนินการ

  1. ส่วนงานจะต้องดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคลากรในส่วนงานตามเกณฑ์บัญชี 15
  2. จัดพิมพ์รายชื่อแยกตามชั้นตราลงในแบบบัญชีรายชื่อ (ลจ 3/37)
  3. สรุปแต่ละชั้นตราพิมพ์ลงในแบบบัญชีแสดงจำนวนชั้นตรา (ลจ 1/37)  

 เอกสารที่ต้องแนบจัดส่งไปให้กองทรัพยากรบุคคล

กรรมการตามกฎหมายที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง  (ใช้เกณฑ์ตามบัญชี ๑๙)

ต้องเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งจนถึงวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่ขอพระราชทาน กรณีนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิที่ดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว แม้จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่มิได้มีสถานะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งตามบัญชี 19  จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะเสนอขอพระราชทานฯ ได้

  1. ส่วนงานต้องตรวจสอบก่อนด้วยว่า กรรมการสภารายที่จะเสนอขอพระราชทานฯ ให้ มีส่วนงานแห่งอื่นจะเสนอขอพระราชทานให้ด้วยหรือไม่  (ไม่สามารถขอพระราชทานฯ ซ้ำกัน)
  2. ต้องดำรงตำแหน่งกรรมการสภามาแล้ว 2 ปี และวาระจะต้องอยู่จนถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา
  3. ไม่สามารถเสนอขอพระราชทานฯ ให้กับอธิการบดีในกรณีนี้ได้ เนื่องจากตำแหน่งอธิการบดีเป็นกรรมการสภาโดยตำแหน่ง

วิธีการดำเนินการ

  1. จัดพิมพ์บัญชีแสดงคุณสมบัติของราชบัณฑิตและกรรมการตามกฎหมาย ที่ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง (รท 4/37)
  2. จัดพิมพ์รายชื่อแยกตามชั้นตราลงในแบบบัญชีรายชื่อ (รท 3/37)
  3. สรุปแต่ละชั้นตราพิมพ์ลงในแบบบัญชีแสดงจำนวนชั้นตรา (รท 2/37)

 เอกสารที่ต้องแนบจัดส่งไปให้กองทรัพยากรบุคคล

หลักเกณฑ์การขอพระราชทานฯ ตามพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักพรรดิมาลา พ.ศ. 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติมตามหนังสือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ที่ ศธ 0509(5).7/ว1221  ลงวันที่ 22 กันยายน 2558

  1. ต้องเป็นข้าราชการที่รับราชการมาด้วยความเรียบร้อยโดยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนตั้งแต่เริ่มรับราชการจนถึงปีที่ขอพระราชทาน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 25 ปีบริบูรณ์ (นับถึงวันที่ 28 กรกฎาคม ของปีที่จะเสนอขอพระราชทาน)
  2. การนับเวลาราชการ ให้นับบรรจุภายในวันที่  28 กรกฎาคม 2538   (ไม่สามารถนำช่วงเวลาการปฏิบัติงานตอนเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยมานับรวม)
  3. ข้าราชการผู้ใดที่กระทำความผิดทางวินัย แม้ได้รับการล้างมลทินตาม พ.ร.บ. ล้างมลทินฯ  รวมถึงผู้ที่ไม่ได้รับการเลื่อนเงินเดือน  เนื่องจากขาดงานหรือลางานเกินจำนวนที่กำหนดด้วย  สิทธิประโยชน์ในการขอรับพระราชทานเหรียญจักพรรดิมาลาย่อมเสียไป และไม่อาจเรียกร้องได้
  4. เสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาในปีเดียวกับการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้
  5. กรณีข้าราชการที่มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ในการเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา แต่ต้องพ้นจากราชการเพราะเหตุเกษียณอายุราชการ หรือ ลาออกจากราชการในปีที่จะเสนอขอพระราชทาน สามารถเสนอขอพระราชทานในปีที่เกษียณอายุราชการหรือปีที่ลาออกจากราชการได้

 วิธีการดำเนินการ

  1. จัดพิมพ์แบบประวัติสำหรับเสนอขอพระราชทานเหรียญจักพรรดิมาลา (ตามแบบตัวอย่าง ตัวอักษรขนาด 16) โดยตรวจสอบคัดลอกประวัติจาก ก.ม. 1 / ก.พ. 7  ทั้งนี้

–  ในแบบประวัติให้ใช้เงินเดือน ณ วันที่ 1 ต.ค. ของแต่ละปี

           –  บรรทัดสุดท้ายของแบบประวัติ  ให้ใส่ 1 เม.ย. 2562 ถึงปัจจุบัน

2. จัดพิมพ์รายชื่อแยกตามชั้นตราลงในแบบบัญชีรายชื่อ (ขร 3/37)

3. สรุปแต่ละชั้นตราพิมพ์ลงในแบบบัญชีแสดงจำนวนชั้นตรา (ขร 1/37)

 เอกสารที่ต้องแนบจัดส่งไปให้กองทรัพยากรบุคคล

Page views: 919