มหาวิทยาลัยมหิดล จัดพิธีมอบเข็มมหาวิทยาลัยมหิดลและเกียรติบัตรแก่ข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย และลูกจ้างมหาวิทยาลัยมหิดลผู้เกษียณอายุฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๘ WalfareOP
27/10/2025

ระบบสวัสดิการด้านสุขภาพสำหรับพนักงานมหาวิทยาลัย

โครงการระบบสวัสดิการด้านสุขภาพสำหรับพนักงานมหาวิทยาลัย (ระยะทดลอง) เป็นความร่วมมือด้านสวัสดิการระหว่างมหาวิทยาลัยกับโรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลศิริราช   โดยเปิดให้พนักงานมหาวิทยาลัย (พม.) เลือกใช้เงิน Flexible Benefit มาสมทบเพื่อเพิ่มวงเงินและขอบเขตการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลและนำมาศึกษาเพื่อหาแนวทางการขยายผลในระยะต่อไป  โดยโครงการมีระยะเวลา 2 ปี (ตามปีงบประมาณ)

1) โครงการนี้จัดตั้งขึ้นเพื่ออะไร?
เป็น โครงการนำร่อง (Sandbox) 2 ปี เพื่อให้พนักงานมหาวิทยาลัย (เงินอุดหนุน) เบิกค่ารักษาพยาบาลสำหรับตนเองได้เพิ่มขึ้น โดยระหว่าง 2 ปีนี้จะเก็บรวบรวมข้อมูลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลและนำมาศึกษาเพื่อหาแนวทางการขยายผลในระยะต่อไป
2) ระยะเวลาของโครงการคือเมื่อใด?
ระยะทดลองจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2570 (2 ปี)
1) ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้?
พนักงานมหาวิทยาลัยจากเงินอุดหนุน (พม.)
2) เงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมมีอะไรบ้าง?
  • เป็นผู้ที่เลือกใช้สิทธิประกันสังคมที่โรงพยาบาลรามาธิบดี หรือ โรงพยาบาลศิริราช
  • ปฏิบัติงานครบ 8 เดือน ก่อนวันที่ 31 มกราคม 2569
  • การเข้าร่วมเป็นไปตามความสมัครใจโดยใช้สิทธิสวัสดิการสุขภาพแบบยืดหยุ่น (Flexible Benefit)
3) มีรูปแบบการจ่ายเงินสมทบกี่แบบ?
มี 2 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับสถานะของพนักงาน

  • รูปแบบที่ 1 (พนักงานที่หักเงินเดือนร้อยละ 10): จ่ายสมทบ 1,000 บาท จากวงเงิน Flexible Benefit
  • รูปแบบที่ 2 (กลุ่มพนักงานปัจจุบัน): จ่ายสมทบ 5,000 บาท จากวงเงิน Flexible Benefit
1) สิทธิประโยชน์ครอบคลุมอะไรบ้าง
  1. สามารถเบิกค่าบริการผู้ป่วยนอก สำหรับคลินิกสามัญในเวลาราชการ คลินิกพิเศษนอกเวลา และพรีเมี่ยมคลินิกของโรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลศิริราช                                                                 * ยกเว้น โรงพยาบาลศิริราชโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาการุณย์ *
  2. วงเงินเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับตัวพนักงานมหาวิทยาลัยจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากวงเดิม
  3. สิทธิการเบิกไม่รวมค่าธรรมเนียมแพทย์
  4. ค่ายานอกบัญชียาหลักสามารถเบิกได้ถ้ามีหนังสือรับรองจากกรรมการแพทย์
2) สิทธิ์สำหรับคนในครอบครัวเปลี่ยนแปลงหรือไม่?
ไม่เปลี่ยนแปลง. สิทธิ์สำหรับบุคคลในครอบครัว (คู่สมรส, บุตร, บิดามารดา) ยังคงใช้สิทธิเบิกจ่ายจาก Core Benefit (20,000 บาท) และ Co-pay (50,000 บาท) แยกต่างหาก จากวงเงินที่เพิ่มขึ้นของพนักงาน

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัย รูปแบบที่ 1 สมทบเข้ากองทุน จำนวน 1,000 บาท

Core Benefit plus (ใหม่) Core Benefit (เดิม)
ตนเอง ญาติสายตรง และตนเองกรณีเกินสิทธิญาติสายตรง
ค่ารักษาพยาบาล 196,000 บาท 200,000 บาท
Flexible Benefit 4,000 บาท

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัย รูปแบบที่ 2 สมทบเข้ากองทุน จำนวน 5,000 บาท

Core Benefit plus (ใหม่) Core Benefit (เดิม)
ตนเอง ญาติสายตรง และตนเองกรณีเกินสิทธิญาติสายตรง
ค่ารักษาพยาบาล 20,000 บาท 20,000 บาท
Co-pay 50,000 บาท

(25,000 : 25,000)

50,000 บาท
(25,000 : 25,000)

 

กรณีเบิกจ่ายส่วนตนเอง

  1. ให้ใช้วงเงินค่ารักษาพยาบาลจากโครงการฯ Core Benefit Plus (ใหม่) ก่อนจนครบวงเงิน 20,000 บาท (หรือ 196,000 บาท สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัย รูปแบบที่ 1) แล้วจึงใช้วงเงินค่ารักษาพยาบาลเดิม

  2. หากวงเงินค่ารักษาพยาบาลเดิม Core Benefit (ปัจจุบัน) เหลือจากสิทธิการเบิกให้ญาติสายตรง ให้ใช้วงเงินที่เหลือดังกล่าวในการเบิกให้ตนเองจนครบ จึงจะนำไปเบิกจ่ายจากวงเงิน Co-pay

  3. ในการเบิกจ่าย Co-pay ให้ใช้หลักการเดียวกับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยจะเบิกจ่ายจาก Core Benefit plus (ใหม่) จนครบวงเงิน 25,000 บาท ก่อนจึงใช้วงเงิน Co-pay เดิมที่เหลือจากสิทธิญาติสายตรง

 กรณีเบิกจ่ายส่วนญาติสายตรง

ให้ใช้วงเงินในการเบิกค่ารักษาพยาบาลเดิม เท่านั้น เมื่อครบวงเงิน 20,000 บาท (หรือ 200,000 บาท สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัย รูปแบบที่ 1) ให้ใช้วงเงิน Co-pay เดิมครบวงเงิน 25,000 บาท โดยไม่สามารถใช้วงเงิน Core Benefit Plus (ใหม่) ได้

1) ต้องทำอย่างไรหากต้องการเข้าร่วมโครงการ?
ต้องแสดงความประสงค์เลือกใช้สิทธิ์ผ่านระบบ Flexible Benefit online และยืนยันสิทธิประกันสังคมเลือกสถานพยาบาล
2) ช่วงเวลาการแสดงความประสงค์เมื่อใด?
เปิดให้แสดงความประสงค์เพียง 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มกราคม 2569 เท่านั้น  จะไม่เปิดให้แสดงความประสงค์เพิ่มเติมระหว่างการดำเนินการของโครงการ (ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569)
3) กรณี A: ไม่ได้แสดงความประสงค์ใช้สิทธิ์ FlexBen มาก่อน
สามารถเข้ามาแสดงความประสงค์ในระบบ FlexBen และยืนยันสิทธิประกันสังคมภายในระยะเวลาที่กำหนด (ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569)
4) กรณี B: แสดงความประสงค์ใช้สิทธิ์ FlexBen แล้ว แต่ยังไม่ได้เบิกจ่าย
แสดงความประสงค์และยืนยันการใช้สิทธิสวัสดิการสุขภาพ
5) กรณี C: แสดงความประสงค์ใช้สิทธิ์ FlexBen ไว้แล้ว และอยู่ระหว่างการเบิกจ่าย แต่ยังไม่ได้รับเงิน
แจ้งแอดมิน FlexBen เพื่อยกเลิกการเบิกจ่าย และคืนวงเงิน FlexBen ให้กลับเข้าสู่ระบบ
6) กรณี D : ใช้สิทธิ์ FlexBen เบิกจ่ายเสร็จสิ้นแล้วและได้รับเงินแล้ว
ต้องแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการก่อน  จากนั้นให้ คืนเงิน ที่ได้รับจาก FlexBen ให้มหาวิทยาลัยผ่านส่วนงาน  โดยดำเนินการผ่าน QR Code ภายในวันที่ 1 มกราคม ถึง

6 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่รับคืนเงินเป็นเงินสด

7) การคืนเงินสวัสดิการแบบยืดหยุ่นด้านสุขภาพ (Flexible benefit)

  สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ

              ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้

                      1) คืนเงินเข้าบัญชีมหาวิทยาลัยผ่าน QR Code การรับชำระเงินของส่วนงาน ตามจำนวนเงินที่ได้รับการเบิกจ่าย

                      2) แนบหลักฐานการโอนเงินและหลักฐานการเบิกสวัสดิการแบบยืดหยุ่นด้านสุขภาพ (Flexible benefit) ซึ่งสั่งพิมพ์หลักฐานการเบิกจ่ายจากรายการประวัติการเบิก (ตามภาพ) และนำส่งให้งานทรัพยากรบุคคลของส่วนงานต้นสังกัด

  สำหรับส่วนงาน

             ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้

                     1) ให้หน่วยงานของส่วนงานที่ดูแลการเบิกจ่ายสวัสดิการแบบยืดหยุ่นด้านสุขภาพ รับหลักฐานการคืนเงิน

                     2) ตรวจสอบความถูกต้องของจำนวนเงินและเอกสารหลักฐานตามข้อ 1) และรวบรวมรายชื่อบุคลากรที่คืนเงินแล้วส่งผู้ดูแลระบบสวัสดิการแบบยืดหยุ่นด้านสุขภาพ (Flexible benefit) ของมหาวิทยาลัย เพื่อคืนวงเงิน โดยมีรายละเอียดดังนี้

                          – ชื่อ-สกุล

                          – รหัสใบเบิกสวัสดิการแบบยืดหยุ่นด้านสุขภาพ (Flexible benefit)

                          – จำนวนเงินที่คืนมหาวิทยาลัย

                    3) จัดทำใบเบิกเกินส่งคืน (JV) พร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ 1) และนำส่งให้งานคลังของส่วนงาน

                    4) งานคลังของส่วนงาน นำส่งเงินให้ กองคลัง มหาวิทยาลัย และจัดทำเอกสารดังนี้

                         – ใบสำคัญทั่วไป (JV)

                         – ฎีกาเบิกเกินส่งคืน

                         – บันทึกรับเงิน

  ข้อบังคับ (รอข้อมูล)

  ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล (รอข้อมูล)