กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยขออนุมัติไปต่างประเทศในระหว่างวันลากิจส่วนตัวและวันหยุดราชการ โดยอ้างเหตุผลในการลากิจส่วนตัวว่าเพื่อไปศึกษา ณ ต่างประเทศ จึงขอหารือว่า การขออนุมัติเดินทางไปต่างประเทศตามข้อเท็จจริงข้างต้น จะถือว่าเป็นกรณีการขออนุมัติเดินทางไปต่างประเทศในระหว่างลากิจส่วนตัวและวันหยุดราชการ หรือถือว่าเป็นการลาไปศึกษา ณ ต่างประเทศ?

การที่จะพิจารณาว่าเป็นการเดินทางไปต่างประเทศในระหว่างการลากิจส่วนตัวหรือวันหยุดราชการ หรือเป็นการลาศึกษา ณ ต่างประเทศนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่า การไปต่างประเทศของพนักงานมหาวิทยาลัยดังกล่าว เป็นการไปศึกษาตามความหมายที่กำหนดไว้ใน ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๕๒ หรือไม่

หากเป็นไปตามความหมายที่กำหนดไว้ในประกาศฯ จะต้องดำเนินการขออนุมัติลาศึกษา ณ ต่างประเทศตามแนวทางที่กำหนดไว้ในประกาศ

หากมิเป็นการไปศึกษาตามความหมายที่ประกาศฯ กำหนด เช่น เป็นการไปทัศนศึกษา ก็ไม่ต้องดำเนินการตามนัยที่กล่าวข้างต้น  แต่จะต้องขออนุมัติลากิจส่วนตัว หรือลาพักผ่อน แล้วแต่กรณี

การลาศึกษาโดยใช้เวลาในการปฏิบัติงานบางส่วนนั้น พนักงานมหาวิทยาลัยจะขอใช้สัญญาฯ ประกอบการลาชุดเดิม โดยมิต้องจัดทำสัญญาฯ ประกอบการลาทุกครั้ง ได้หรือไม่?

เนื่องจากข้อความในสัญญาของพนักงานมหาวิทยาลัยที่ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติงานวิจัย มิได้มีส่วนใดที่กำหนดข้อความที่ระบุระยะเวลาการลาไว้ ดังนั้นจึงต้องใช้คำสั่งฯ ให้พนักงานมหาวิทยาลัยลาศึกษาภายในประเทศ โดยใช้เวลาปฏิบัติงานบางส่วนผูกไว้กับสัญญาฯ  ดังนั้น หากพนักงานมหาวิทยาลัยผู้ใดประสงค์จะขอลาศึกษา โดยใช้เวลาในการปฏิบัติงานบางส่วน จักต้องจัดทำสัญญาประกอบการลาทุกครั้งไป

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างลาศึกษาภายในประเทศ และจะขอไปเก็บข้อมูลประกอบการทำวิทยานิพนธ์ ณ ต่างประเทศ จะต้องดำเนินการอย่างไร?

พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาศึกษาแล้ว การจะยื่นเรื่องขอลาประเภทอื่นในช่วงเวลาเดียวกันอีกนั้น กระทำมิได้   เมื่อประสงค์จะขอไปเก็บข้อมูลประกอบการทำวิทยานิพนธ์ ณ ต่างประเทศ ให้พนักงานมหาวิทยาลัยนั้นยื่นเรื่องขออนุมัติเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเก็บข้อมูลประกอบการทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลาศึกษาภายในประเทศ

โดยให้เสนอเอกสารประกอบการดำเนินการ ดังนี้  หนังสือตอบรับ/อนุญาตให้เดินทางไปเก็บข้อมูลประกอบการทำวิทยานิพนธ์  หลักฐานทุน  และสำเนาคำสั่งที่ได้รับอนุมัติให้ลาศึกษา

พนักงานมหาวิทยาลัยประสงค์จะขอลาศึกษา นอกเวลาปฏิบัติงาน โดยไม่ใช้เวลาในการปฏิบัติงานไปศึกษา จะต้องดำเนินการอย่างไร?

การศึกษาต่อภายในประเทศ ภาคนอกเวลา โดยไม่ใช้เวลาในการปฏิบัติงานไปศึกษา ให้รายงานเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เพื่อรับทราบ โดยแนบหลักฐาน/ประกาศที่ได้รับคัดเลือกเข้าศึกษา  จึงจะไปศึกษาภาคนอกเวลาได้

พนักงานมหาวิทยาลัยจะขอลาศึกษาโดยใช้เวลาปฏิบัติงานบางส่วนเพื่อทำวิทยานิพนธ์ได้หรือไม่?

การลาศึกษาโดยใช้เวลาปฏิบัติงานบางส่วน กำหนดให้ลาได้ภาคการศึกษาละ ไม่เกิน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์   มิได้มีข้อห้ามใดกำหนดไว้ว่าห้ามลาเพื่อทำวิทยานิพนธ์

ทั้งนี้ ให้พิจารณาถึงความเป็นไปได้และที่พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นจะสามารถดำเนินการได้สำเร็จตามแนวทาง/โครงการลาศึกษาที่ได้นำเสนอประกอบการพิจารณา

พนักงานมหาวิทยาลัยประสงค์จะขอลาศึกษา โดยใช้เวลาในการปฏิบัติงานบางส่วน 1 ปีการศึกษา ได้หรือไม่ ประการใด?

การศึกษาต่อภายในประเทศ โดยใช้เวลาในการปฏิบัติงานบางส่วน กำหนดให้ลาได้ภาคการศึกษาละ

ไม่เกิน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์   หากประสงค์จะลา 1 ปีการศึกษา (เท่ากับ 2 ภาคการศึกษา) นั้น ไม่เป็นตามประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.2552

กรณีนี้ จะต้องดำเนินการเสนอขออนุมัติลาศึกษาตามระยะเวลาที่เปิด-ปิดการศึกษาจริง  ในช่วงเวลาปิดภาคการศึกษา ให้พนักงานมหาวิทยาลัยรีบรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติงานตามปกติ ทันทีที่ครบกำหนดที่ได้รับอนุมัติให้ลา โดยไม่ชักช้า และให้ส่วนงานดำเนินการจัดทำคำสั่งให้พนักงานมหาวิทยาลัยรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติงานตามปกติ  ทั้งนี้ หากประสงค์จะขอลาศึกษาในภาคการศึกษาถัดไป ให้ยื่นเรื่องเสนอขออนุมัติลา พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดเพื่อขออนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัยลาศึกษาภายในประเทศ โดยใช้เวลาปฏิบัติงานบางส่วน เช่นเดียวกับการลาครั้งแรก

พนักงานมหาวิทยาลัยลาศึกษา โดยใช้เวลาปฏิบัติงานบางส่วน จะคำนวณระยะเวลาการกลับมาปฏิบัติงานชดใช้ อย่างไร?

ให้พนักงานมหาวิทยาลัยกลับมาปฏิบัติงานชดใช้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่ลาไป หมายความว่าลาไปจำนวนกี่ชั่วโมง ก็ปฏิบัติงานชดใช้จำนวนเท่ากัน

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยผิดสัญญา หรือไม่กลับมาปฏิบัติงานชดใช้ตามสัญญา  จะต้องชดใช้เงินเดือน เงินทุน และเงินอื่นใดที่ทางราชการและส่วนงานจ่ายช่วยเหลือระหว่างการลาทั้งหมด โดยผู้ทำสัญญาและผู้ค้ำประกันการลาจะต้องชดใช้พร้อมเบี้ยปรับและดอกเบี้ยตามที่กำหนดในสัญญา

เหตุใดพนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาศึกษา จึงไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนประจำปี ทั้งๆ ที่การศึกษาก็ต้องใช้ความพยายามและเหน็ดเหนื่อยอย่างหนัก ไม่น้อยกว่าการปฏิบัติงาน ณ ต้นสังกัด และสร้างความเครียดเช่นเดียวกับการปฏิบัติงาน?

พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาศึกษา ในประเทศหรือต่างประเทศ จะต้องมีเวลาปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 6 เดือน จึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนประจำปีได้ (ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเลื่อนเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.2554)

ดังนั้น จึงต้องยอมรับกติกา ซึ่งผู้ที่จะขอลาศึกษาควรทราบอยู่แล้วว่าอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาให้เลื่อนเงินเดือนหรือไม่

พนักงานมหาวิทยาลัยที่ลาศึกษา หากครบกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติแล้วไม่เดินทางกลับมาปฏิบัติงาน ผู้บังคับบัญชาจะต้องดำเนินการอย่างไร หรือไม่?

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาศึกษา เมื่อครบกำหนดวันที่ได้รับอนุมัติไว้แล้ว หรือเสร็จสิ้นการลา หรือสำเร็จการศึกษา หรือยุติการศึกษาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการลาศึกษาต่างประเทศ หรือภายในประเทศ ถือเป็นหน้าที่ของพนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นที่จะต้องเดินทางกลับมาปฏิบัติหน้าที่ของตนในทันที การที่พยายาม หาทางหลีกเลี่ยงด้วยวิธีการต่างๆ  ไม่ยอมเดินทางกลับประเทศไทย หรือไม่รายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติงานภายในเวลาที่กำหนดไว้ตามประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.2552  หากระยะเวลาล่วงเลยไปเกิน 7 วัน พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นอาจเข้าข่ายขาดงานเกิน 7 วัน เป็นการละทิ้งงานหรือทอดทิ้งหน้าที่ไปโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร และมิได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด  และพนักงานผู้นั้นจะต้องถูกดำเนินการทางวินัย

การนับระยะเวลาปฏิบัติงานชดใช้ทุนของพนักงานมหาวิทยาลัยจะเริ่มนับตั้งแต่วันรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติงาน หรือตั้งแต่วันที่สถานศึกษาอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาตามที่ระบุในหนังสือรับรอง?

การนับเวลาชดใช้ทุนของพนักงานมหาวิทยาลัย จะเริ่มนับเวลาปฏิบัติงานชดใช้ทุนตั้งแต่วันที่พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติงานที่ต้นสังกัด

หากพนักงานมหาวิทยาลัยมีความประสงค์จะไปศึกษายังสถานศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา พนักงานจะสามารถเลือกเข้าศึกษาที่สถาบันใดใดตามที่ต้องการ ได้หรือไม่?

พนักงานมหาวิทยาลัยที่ประสงค์จะไปศึกษา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ควรพิจารณาสถานศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยะฐานะแล้ว ซึ่งสามารถสืบค้นสถานศึกษาได้จากฐานข้อมูลของ U.S.Department of Education ทั้งในส่วนของสถาบันการศึกษา และในส่วนของสาขาวิชาชีพ

หากพนักงานมหาวิทยาลัยยื่นเรื่องขอลาศึกษาด้วยทุนส่วนตัว ต่อมาได้รับการพิจารณาให้ได้รับทุนการศึกษาจากส่วนราชการ/ส่วนงานต้นสังกัด หรือทุนอื่นใดก็ดี ขอทราบว่าจะต้องดำเนินการประการใดหรือไม่?

พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาศึกษาด้วยทุนส่วนตัวแล้ว  ต่อมาได้รับการพิจารณาให้ได้รับทุนการศึกษาอื่นๆ ใดก็ดี จะต้องยื่นเรื่อง/คำร้องขอเปลี่ยนแปลงประเภททุน จากเดิมทุนส่วนตัว เป็นทุนใดๆ พร้อมเอกสาร/หลักฐานการได้รับทุน และให้ต้นสังกัดจัดให้ทำสัญญาผูกพันพนักงานผู้นั้นให้ลาศึกษาด้วยทุนใดๆ นั้นด้วย  แล้วเสนอเรื่องตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตการลาพิจารณาอนุมัติ พร้อมลงนามในสัญญา และลงนามในคำสั่งฯ ให้พนักงานมหาวิทยาลัยเปลี่ยนแปลงทุนการศึกษา ด้วย

พนักงานมหาวิทยาลัยขอลาศึกษาภายในประเทศ ในวันหยุดราชการ วันเสาร์-วันอาทิตย์ จะต้องดำเนินการเสนอขออนุมัติตัวบุคคลหรือไม่ ประการใด?

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยสอบเข้าศึกษาต่อ และผ่านการสอบ แล้วได้ลงทะเบียนเข้าศึกษาในหลักสูตรภาคพิเศษที่เรียนเฉพาะวันเสาร์-วันอาทิตย์ นั้น

หากจะดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน พนักงานมหาวิทยาลัยจะต้องแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบแล้วจึงสมัครเข้าศึกษาต่อ  และเมื่อได้รับการตอบรับเข้าศึกษาต่อแล้ว ให้จัดทำบันทึกเสนอผู้บังคับบัญชารับทราบว่าพนักงานมหาวิทยาลัยขออนุญาตศึกษาในประเทศในวันหยุดราชการ พร้อมแนบหลักฐานการตอบรับเข้าศึกษา

หากในช่วงของการสมัครเข้าศึกษาต่อ มิได้ดำเนินการแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบในชั้นต้นแล้ว  เมื่อได้รับการตอบรับให้ศึกษาต่อ ก็สามารถยื่นเรื่องขออนุญาตศึกษาในประเทศในวันหยุดราชการ พร้อมแนบหลักฐานการตอบรับเข้าศึกษาให้ผู้มีอำนาจอนุญาตการลาได้รับทราบ

พนักงานมหาวิทยาลัยที่ประสงค์จะขอลาศึกษาภายในประเทศ หลักสูตรที่เรียนเฉพาะวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ (วันทำการอื่นๆ ปฏิบัติงานตามปกติ) จะต้องดำเนินการเสนอขออนุมัติตัวบุคคลอย่างไร?

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยใช้เวลาปฏิบัติงานเฉพาะวันศุกร์ ไปศึกษาต่อภายในประเทศ ซึ่งเป็นหลักสูตรภาคพิเศษ ที่มีวันปฏิบัติงานรวมด้วย โดยทั่วไป มักเป็นวันจันทร์ หรือวันศุกร์ หรืออาจเป็นทั้ง 2 วัน  เข้าข่ายโดยใช้เวลาปฏิบัติงานบางเวลา นั้น

การนี้ ให้พนักงานมหาวิทยาลัยดำเนินการเสนอขออนุมัติตัวบุคคลให้พนักงานมหาวิทยาลัยลาศึกษาภายในประเทศ โดยแยกเป็น 2 กรณี ดังนี้

กรณีแรก ::  ให้ลาศึกษาโดยใช้เวลาปฏิบัติงานบางส่วน (อนุมัติได้ไม่เกิน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์)  สำหรับการลาเฉพาะวันศุกร์ พร้อมทั้งให้จัดทำสัญญาประกอบการลาผูกพันไว้ด้วย โดยนับเวลาเป็นวันตามระยะเวลาของหลักสูตร

กรณีที่สอง ::  ให้ดำเนินการขออนุญาตให้พนักงานมหาวิทยาลัยศึกษาต่อภายในประเทศ โดยใช้เวลานอกเวลาปฏิบัติงาน สำหรับการศึกษาในวันเสาร์-วันอาทิตย์ โดยไม่ต้องจัดให้มีการทำสัญญาใดๆ

หากจะดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน พนักงานมหาวิทยาลัยจะต้องแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบแล้วจึงสมัครเข้าศึกษาต่อ  และเมื่อได้รับการตอบรับเข้าศึกษาต่อแล้ว ให้จัดทำบันทึกเสนอผู้บังคับบัญชารับทราบว่าพนักงานมหาวิทยาลัยขออนุญาตศึกษาในประเทศในวันหยุดราชการ พร้อมแนบหลักฐานการตอบรับเข้าศึกษา

ทั้งนี้ หากในช่วงของการสมัครเข้าศึกษาต่อ มิได้ดำเนินการแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบในชั้นต้นแล้ว  เมื่อได้รับการตอบรับให้ศึกษาต่อ ก็สามารถยื่นเรื่องขออนุญาตศึกษาในประเทศในวันหยุดราชการ พร้อมแนบหลักฐานการตอบรับเข้าศึกษาให้ผู้มีอำนาจอนุญาตการลาได้รับทราบ

การคำนวณเวลาชดใช้กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยลาศึกษาภายในประเทศมีหลักเกณฑ์อย่างไร?

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า พนักงานมหาวิทยาลัยที่ลาศึกษาต่างประเทศ จะต้องลาเต็มเวลาเท่านั้น ส่วนการลาศึกษาในประเทศ อาจลาเต็มเวลา หรือลาเป็นช่วงเวลา หรือลาเป็นบางวันก็สามารถกระทำได้

พนักงานมหาวิทยาลัยอาจจะขอลาศึกษา โดยใช้เวลาปฏิบัติงานบางส่วนได้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์  หลักการ/แนวทางการคิดคำนวณมีดังนี้

  • นับเวลาที่ลาไปจริงทั้งหมดมารวมกัน  เช่น  ลาเฉพาะวันศุกร์  เป็นเวลา 1 ปี  จะเท่ากับ

1 ปี X 52 สัปดาห์ X 1 วัน  = 52 วัน

นำเวลาลามาคำนวณชดใช้ต่อเนื่อง  เช่น กรณีมีวันลารวม 52 วัน ตาม (1) มานับชดใช้ต่อเนื่องกัน นับเฉพาะวันทำการเท่านั้น นับไปจนครบ 52 วัน ก็จะพ้นภาระผูกพัน

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติงานแล้ว การชดใช้ทุน จะเริ่มต้นเมื่อใด?

หลักในการคำนวณจะเริ่มนับเวลาการปฏิบัติงานชดใช้ ตั้งแต่พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นกลับมารายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติงานที่ส่วนงานต้นสังกัด  โดยดูจากวันที่สำเร็จการศึกษา และวันที่รายงานตัวกลับมาปฏิบัติงานตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏเป็นหลัก   ทั้งนี้ หากเป็นกรณีการลาศึกษา ณ ต่างประเทศ ให้นับวันที่พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นเดินทางกลับถึงประเทศไทย เป็นวันสิ้นสุดการลา (วันสุดท้ายที่ลา) และเมื่อรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติงานเมื่อใด  ระยะเวลาการปฏิบัติงานชดใช้ทุนจะเริ่มต้นนับเมื่อนั้น

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยขอยุติการศึกษา (ไม่สามารถศึกษาจนสำเร็จได้) จะมีต้องชดใช้ทุนอย่างไร?

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยไม่สามารถศึกษาจนสำเร็จได้ เนื่องจากความจำเป็นประการใดๆ ก็ดี จะต้องมีหนังสือแสดงความจำนงชัดเจนว่ายุติการศึกษา และให้รายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติงานทันที  ระยะเวลาการปฏิบัติงานชดใช้ทุนจะเริ่มต้นนับเมื่อนั้น

อย่างไรก็ดี ส่วนงาน/หน่วยงานที่ให้ทุนการศึกษา มักจะกำหนดเงื่อนไขของทุนไว้ชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในสัญญารับทุน ซึ่งเงื่อนไขของทุนมักมีสัญญากำหนดไว้ว่า กรณีที่ผิดสัญญา/ไม่สามารถศึกษาได้สำเร็จตามที่กำหนด ให้พนักงานมหาวิทยาลัยชดใช้เงินที่รับไปพร้อมเบี้ยปรับ โดยไม่ยอมให้ชดใช้เป็นระยะเวลาการปฏิบัติงาน หรือบางทุนก็ยินดีให้ปฏิบัติงานชดใช้ทุนได้แม้จะไม่สำเร็จการศึกษาก็ตาม ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาที่ทำไว้ต่อกัน   จึงขอให้พนักงานผู้ลาทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนจะตกลงรับทุนนั้นๆ

พนักงานมหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างลาศึกษาภายในประเทศ และจะขอไปทำวิจัยในต่างประเทศ เข้าหลักเกณฑ์การลาประเภทใด ?

การไปทำวิจัย ถือเป็นการไปเพิ่มพูนความรู้ ความชำนาญหรือประสบการณ์ด้วยการเรียนหรือการวิจัย เข้าหลักเกณฑ์ “ฝึกอบรม”

พนักงานมหาวิทยาลัยประสงค์จะยื่นเรื่องเพื่อขอไปทำวิจัยระดับหลังปริญญา หรือ Post-doctoral ในต่างประเทศ เข้าหลักเกณฑ์การลาประเภทใด ?

เข้าหลักเกณฑ์การลาไปฝึกอบรม

การไปฝึกอบรม ณ ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น พนักงานมหาวิทยาลัยต้องส่งเอกสารประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม นอกเหนือจากเอกสารที่จะเสนอขอไปฝึกอบรมที่ประเทศอื่น หรือไม่ ?

ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ I-20 A-B  หรือ  DS-2019  ยกเว้นกรณีที่ฝึกอบรมระยะสั้นไม่เกิน 6 เดือน  และในกรณีที่สถาบันฝึกอบรมไม่ออกเอกสารดังกล่าวให้เพื่อประกอบการขอวีซ่า ซึ่งผู้มีอำนาจจะพิจารณาอนุมัติตามระยะ เวลาที่ปรากฏในหลักฐานดังกล่าวนั้น

เมื่อพนักงานมหาวิทยาลัยอยู่ต่างประเทศเพื่อฝึกอบรมครบกำหนดระยะเวลาแล้ว และ/หรือสำเร็จการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด และเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว หากได้รับปริญญา/วุฒิบัตรทางการศึกษา จะขอเปลี่ยนโครงการจากฝึกอบรม เป็นศึกษา ได้หรือไม่ ประการใด ?

ถือว่าโครงการดังกล่าวมีผลสมบูรณ์แล้ว  การจะขอเปลี่ยนโครงการจากฝึกอบรม เป็นลาศึกษากระทำมิได้ รวมถึงการนำวุฒิบัตร/ประกาศนียบัตรที่ได้รับมาขอปรับคุณวุฒิ ก็ไม่สามารถกระทำได้เช่นเดียวกัน

พนักงานมหาวิทยาลัย จะขอลาไปฝึกอบรมด้านภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมความพร้อมรับ AEC ณ สถาบันในต่างประเทศ โดยไม่ขอรับเงินเดือนนั้น สามารถกระทำได้หรือไม่ ?

การลาไปฝึกอบรม ณ ต่างประเทศนั้น ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นจะต้องพิจารณากลั่นกรองถึงความจำเป็นและความต้องการของส่วนงานหรือมหาวิทยาลัยที่จะได้ผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญในสาขาวิชาและระดับความรู้ที่เหมาะสมแก่หน้าที่ที่กำหนดให้กลับมาปฏิบัติงาน (ข้อ 6)   ซึ่งจะต้องจัดให้ทำ “สัญญาของพนักงานมหาวิทยาลัยที่ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย” ประกอบการลาด้วย

การลาไปฝึกอบรมระยะสั้น ที่มีระยะเวลา 3-5-7 วัน จะต้องจัดทำสัญญาฯ และสัญญาค้ำประกัน ได้หรือไม่ ประการใด ?

เมื่อพิจารณาตามนิยามความหมายแล้วว่าเข้าหลักเกณฑ์การฝึกอบรม แม้เป็นการฝึกอบรมระยะสั้น ก็จักต้องดำเนินการจัดทำสัญญาของพนักงานมหาวิทยาลัยที่ไปศึกษา  ฝึกอบรม หรือปฏิบัติงานวิจัย ประกอบการลาด้วย

หากพนักงานมหาวิทยาลัยประสงค์ขอลาไปฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ ด้วยทุนส่วนตัว โดยไม่ขอรับเงินเดือน เพื่อจะได้ไม่ต้องมีภาระชดใช้ให้กับมหาวิทยาลัย จะทำได้หรือไม่ ?

เมื่อบุคลากรได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแล้ว  พนักงานทุกคนจะต้องได้รับเงินเดือน  ดังนั้น คงสิทธิไม่ได้ ไม่สามารถกระทำได้

มหาวิทยาลัยมหิดลได้กำหนดแนวทางการระบุชื่อทุนไว้หรือไม่ ประการใด ?

มหาวิทยาลัยได้นำแนวทางการระบุชื่อทุนตามแนวทางที่ สำนักงาน ก.พ.กำหนด มาใช้โดยอนุโลม เพื่อความเป็นสากล

กรณีการลาไปฝึกอบรม ณ ต่างประเทศที่มีระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน จะต้องทำสัญญาค้ำประกันการลาหรือไม่ ?

คณะ/สถาบัน อาจพิจารณาให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ลานั้นไม่ต้องทำสัญญาค้ำประกันก็ได้

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยขออนุมัติไปต่างประเทศในระหว่างวันลากิจส่วนตัวและวันหยุดราชการ โดยอ้างเหตุผลในการลากิจส่วนตัวว่าเพื่อไปศึกษาดูงาน ณ ต่างประเทศ จึงขอหารือว่า การขออนุมัติเดินทางไปต่างประเทศตามข้อเท็จจริงข้างต้น จะถือว่าเป็นกรณีการขออนุมัติเดินทางไปต่างประเทศในระหว่างลากิจส่วนตัวและวันหยุดราชการ หรือถือว่าเป็นการลาไปดูงาน ณ ต่างประเทศ

การที่จะพิจารณาว่าเป็นการเดินทางไปต่างประเทศในระหว่างการลากิจส่วนตัวหรือวันหยุดราชการ หรือเป็นการลาศึกษาดูงาน ณ ต่างประเทศนั้น  ย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่า การไปต่างประเทศของพนักงานมหาวิทยาลัยดังกล่าว เป็นการไปดูงานตามความหมายที่กำหนดไว้ใน ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๕๒ หรือไม่

หากเป็นไปตามความหมายที่กำหนดไว้ในประกาศฯ จะต้องดำเนินการขออนุมัติลาไปดูงาน ณ ต่าง ประเทศตามแนวทางที่กำหนดไว้ในประกาศ

หากมิเป็นการไปดูงานตามความหมายที่ประกาศฯ กำหนด เช่น เป็นการไปทัศนศึกษา ก็ไม่ต้องดำเนินการตามนัยที่กล่าวข้างต้น  แต่จะต้องขออนุมัติลากิจส่วนตัว หรือลาพักผ่อน แล้วแต่กรณี

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยขออนุมัติไปดูงาน ณ ต่างประเทศ ระหว่างการลาศึกษาภายในประเทศ จักต้องดำเนินการอย่างไร

ปัจจุบันหลักสูตรการศึกษาในประเทศไทยหลายหลักสูตรและหลายสถาบันมักกำหนดให้ผู้เรียนไปเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ ด้วยการไปศึกษาดูงานหน่วยงานที่เป็นแบบอย่างที่ดี/ประสบความสำเร็จ/เป็นต้นแบบ ในต่างประเทศ   ในการที่พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาศึกษาภายในประเทศ ประสงค์จะเดินทางไปเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ในต่างประเทศ  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาภายในประเทศ ให้พนักงานผู้นั้น จัดทำบันทึกยื่นเรื่องพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการลา เสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตการลาให้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อดูงาน ระหว่างการลาศึกษาภายในประเทศ

กรณีดังกล่าว มหาวิทยาลัยมอบอำนาจการบริหารงานบุคคลให้หัวหน้าส่วนงานเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติ

ตามหลักการที่ว่า พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ไปดูงาน ณ ต่างประเทศ จะเปลี่ยนแปลงกำหนดระยะเวลา สถานที่ หรือแนวทางการดูงานจากที่ได้รับอนุมัติไว้ไม่ได้ อย่างไรก็ดี หากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงฯ กะทันหัน จักต้องดำเนินการอย่างไร ?

พนักงานมหาวิทยาลัยที่จะลาไปดูงาน ณ ต่างประเทศ จะต้องนำเสนอแนวทาง/โครงการ ที่ชัดเจนประกอบการพิจารณาอนุมัติ  ทั้งนี้ เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจแล้ว จะเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลา สถานที่ หรือแนวทางการดูงานให้ผิดไปจากที่ได้รับอนุมัติไว้ไม่ได้

หากมีความจำเป็นอย่ายิ่งจะต้องเปลี่ยนแปลงฯ โดยกะทันหัน ซึ่งไม่อาจรอการอนุมัติได้ ให้รีบรายงานให้ผู้มีอำนาจอนุมัติรับทราบ พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและหลักฐานประกอบการพิจารณาด้วย

กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยได้รับอนุมัติให้ไปปฏิบัติงานวิจัย ณ ต่างประเทศ เป็นระยะเวลา 1 ปี จะได้รับการพิจารณาให้เลื่อนเงินเดือนหรือไม่ ประการใด ?

การที่พนักงานมหาวิทยาลัยได้รับอนุมัติให้ไปปฏิบัติงานวิจัยนั้น มหาวิทยาลัยถือว่าช่วงระยะเวลาดังกล่าวเป็นระยะเวลาการปฏิบัติงาน สามารถพิจารณาให้เลื่อนเงินเดือนประจำปีได้

หากการไปปฏิบัติงานวิจัยยังไม่แล้วเสร็จ พนักงานมหาวิทยาลัยจะขอขยายเวลาอยู่ปฏิบัติงานวิจัยต่อ ณ ต่างประเทศ อีก 1 ปี จะสามารถกระทำได้หรือไม่ ประการใด ?

การที่พนักงานจะขอไปปฏิบัติงานวิจัยเกินกว่า 1 ปี ขึ้นไปนั้น สามารถกระทำได้ โดยให้อธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายมีอำนาจอนุมัติ โดยความเห็นชอบของคณะกรรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล (ก.บ.ค.)

Page views: 1,189