Mahidol Eco Park
15/07/2021
Safe driving campaign
15/07/2021

Green Area

พื้นที่สีเขียว (Green Area)

ผังแม่บทมหาวิทยาลัย ปี พ.ศ. 2551 มีแนวคิดในการพัฒนามหาวิทยาลัยที่ต้องการสร้าง “มหาวิทยาลัยเมืองในฝัน” ส่งเสริมการอยู่อาศัยและการเรียนรู้ควบคู่ไปกับธรรมชาติ (“A promise place to Live and Learn with Nature”) โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยและการศึกษา      มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีลักษณะทางกายภาพที่ตอบสนองสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างกลมกลืน มหาวิทยาลัยเปรียบเสมือนเป็นบ้านที่สอง และเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของชาวมหิดลทั้งมวล      โดยปัจจัยสำคัญของการพัฒนาดังกล่าวมีปัจจัยหลัก 3 ปัจจัย คือ ด้านสังคม ด้านกายภาพ และด้านสิ่งแวดล้อม

แนวคิดหลักที่สำคัญในการสร้างมหาวิทยาลัยที่ส่งเสริมการเรียนรู้ควบคู่ไปกับธรรมชาติ คือ มหาวิทยาลัยสีเขียว (Greens University) มหาวิทยาลัยเปรียบเสมือนเป็นสวนพฤกษศาสตร์ (Arboretum) อันเป็นแนวทางหลักของการพัฒนาทางกายภาพของมหาวิทยาลัย ที่จะดำเนินไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่บูรณาการสิ่งแวดล้อมที่ร่มรื่น ส่งเสริมสุขภาวะ สะอาด ปราศจากมลพิษ มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า       มีสภาพภูมิทัศน์ที่สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย กลมกลืนกับธรรมชาติ มีพื้นที่โล่ง พื้นที่สีเขียว เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและเอื้อต่อกิจกรรมการเรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งยังส่งเสริมการลดการใช้พลังงาน สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน เพื่อให้นักศึกษาและประชาคมชาวมหิดล สามารถอยู่ในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ได้อย่างมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น การพัฒนาดังกล่าว ยังมุ่งหมายให้มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เป็นผู้นำแก่ชุมชนข้างเคียงด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติอีกด้วย

มหาวิทยาลัยได้ขยายกรอบความคิดจาก Green University ในการพัฒนาทางกายภาพไปสู่มหาวิทยาลัยเชิงนิเวศน์ (Eco University) ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์ ได้แก่

  1. ส่งเสริมให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร (Resources Efficiency)
  2. ส่งเสริมความเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society)
  3. ส่งเสริมให้เกิดพันธกิจสัมพันธ์กับชุมชน (Community Engagement)

หลักสำคัญคือการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ให้ความสำคัญต่อการลดการใช้ทรัพยากรต่างๆ รวมถึงการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ และเชื่อมโยงกับชุมชนเป็นเครือข่ายความร่วมมือต่างๆ อย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยดำเนินนโยบายมุ่งสู่การเป็น มหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน (Sustainable University) โดยดำเนินการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Mahidol University Sustainability Action) ตาม 17 เป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : 17 SDGs) ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนาของโลกในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ เพื่อร่วมกันบรรลุการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

                 เนื่องจากมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา มีทรัพยากรพันธุ์ไม้และแหล่งน้ำอยู่มาก การพัฒนาต้องก่อเกิดดุลยภาพระหว่างการอนุรักษ์และการพัฒนา จึงมีการกำหนดพื้นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพื้นที่สีเขียวและพื้นที่พัฒนาอย่างชัดเจน โดยคงรักษาพื้นที่ว่างและพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่ทั้งหมด  ตามผังแม่บทมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมพื้นที่สีเขียว และเก็บรักษาพื้นที่อนุรักษ์ที่      อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์  รวมทั้ง การรักษาระบบนิเวศของพื้นที่แต่ละส่วนให้มีสภาพเป็นธรรมชาติเดิมให้มากที่สุด และจัดการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ใหม่ให้มากขึ้น โดยการเพิ่มปริมาณต้นไม้ในมหาวิทยาลัย พัฒนาพื้นที่ทิ้งร้างหรือไม่มีการใช้ประโยชน์ พื้นที่รอบอาคาร ระเบียง ดาดฟ้า และโถงภายในอาคาร ให้เป็นพื้นที่สีเขียวแนวราบหรือสวนแนวตั้ง

นอกจากนั้น การนำพื้นที่ว่างและพื้นที่สีเขียวมาพัฒนาเพื่อการใช้ประโยชน์ให้สอดคล้องกับกิจกรรมการศึกษา กีฬา นันทนาการ และเป็นองค์ประกอบอาคารอย่างสมดุล โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่กิจกรรม ทางเดินต่างๆ และการปรับปรุงพื้นที่แหล่งน้ำ เพื่อให้เกิดความใกล้ชิดกับธรรมชาติและเกิดปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมของประชาคมชาวมหิดลมากขึ้น เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและบรรยากาศที่ดีและปลอดภัยในการทำงาน มีการสร้างภูมิทัศน์ สวนสาธารณะ ที่มีความหลากหลายของพืชพรรณต่างๆ ทั้งพืชพรรณไม้พื้นถิ่น พืชสมุนไพร และพืชพรรณเพื่อการศึกษาวิจัย รวมไปถึงการสร้างเอกลักษณ์และเหมาะสมของพื้นที่ทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมของมหิดล ก่อให้เกิดการใช้พื้นที่ว่างและพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน เป็นแบบอย่างแก่ชุมชนและสังคม

พื้นที่สีเขียว สอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs)

                   เป้าที่ 7  พื้นที่กิจกรรมหรือโครงการที่ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การลดใช้พลังงาน พลังงานทางเลือก พลังงานสะอาด ส่งเสริมเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำหรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

                   เป้าที่ 13  พื้นที่กิจกรรมหรือโครงการด้านการจัดการรับมือภัยพิบัติ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลดภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

                   เป้าที่ 15  พื้นที่การใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ระบบนิเวศทางบก ความหลากหลายทางชีวภาพ สัตว์ประจำถิ่น และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

พื้นที่สีเขียวแนวตั้ง

Vertical Green

 

การพัฒนามหาวิทยาลัยมหิดลต้องการสร้าง “มหาวิทยาลัยเมืองในฝัน” ส่งเสริมการอยู่อาศัยและการเรียนรู้ควบคู่ไปกับธรรมชาติ (“A promise place to Live and Learn with Nature”) โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยและการศึกษา ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว (Greens University) คงพื้นที่ว่างและพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่ทั้งหมดตามผังแม่บทมหาวิทยาลัย ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้กำหนดนโยบายการพัฒนาด้านกายภาพมุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน (Sustainable University) โดยดำเนินการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Mahidol University Sustainability Action) ตาม 17 เป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : 17 SDGs) ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนาของโลกในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ     เพื่อร่วมกันบรรลุการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

พื้นที่สีเขียวและพื้นที่สีเขียวแนวตั้ง (Green area / Vertical Green) เป็นนโยบายหนึ่งของมหาวิทยาลัย ที่จะส่งเสริมการพัฒนาด้านกายภาพอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ สร้างทัศนียภาพที่สวยงาม ตลอดจนประชาคมชาวมหิดลได้ตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยลดอุณหภูมิความร้อน   เพิ่มอากาศบริสุทธิ์ ดูดซับและกรองฝุ่น ควัน และมลพิษต่างๆ ในอากาศ รวมทั้งเป็น Landmark ของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน

พื้นที่สีเขียวแนวตั้งหรือสวนแนวตั้ง (Vertical Garden) เป็นศิลปะสถาปัตยกรรมธรรมชาติ(Vertical Garden The art of organic architecture ) ซึ่งอาจมีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง และสามารถกำหนดความหลากหลายของพืชพรรณให้เหมาะสมกับรูปแบบอาคาร สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศของแต่ละพื้นที่หรือบริเวณได้ สวนแนวตั้งสามารถแบ่งตามลักษณะชนิดของอุปกรณ์ได้ 5 ประเภท ดังนี้

  1. ผนังผ้า (Felt system) ลักษณะการปลูกบรรจุต้นไม้ขนาดเล็กถึงกลาง ลงในกระเป๋าผ้า  ที่มีดินปลูกที่เหมาะสม ยึดติดกับโครงผนัง นิยมใช้วัสดุเป็นถุงผ้าแผ่นจีโอเท็กซ์ไทล์ ซึ่งมีข้อดี ถุงผ้ามีน้ำหนักเบา รักษาความชื้นได้ดี น้ำซึมผ่านได้ ไม่ขึ้นราง่าย และรากต้นไม้ยึดเกาะได้ดี

  1. แผ่นผนังเขียว (Panet System) ลักษณะเป็นแผ่นหรือถาดแบ่งเป็นช่องๆ หรือมีรูสำหรับบรรจุดินปลูกที่ใช้บรรจุพืชพันธุ์ไม้ วัสดุที่ใช้ทำถาดอาจเป็นพลาสติกหรือโลหะที่มีน้าหนักเบา ยึดเกาะกับโครงหรือผนังแขวนเพื่อตกแต่งอาคาร

   

  1. กระถางแขวน (Hanging Planters) ลักษณะเป็นโครงสำหรับใส่กระถางให้เอียงซ้อนกันเป็นแนวตั้งโดยที่ดินปลูกไม่หกเลอะออกมา อาจใช้กระถางกลม เหลี่ยม หรือกระถางยาว ที่มีรูระบายน้ำได้ดี พืชพันธุ์ที่ใช้มักเป็นชนิดห้อยลงมาปกคลุมไม่ให้เห็นกระถาง การให้น้ำนิยมใช้วิธีการเดินท่อระบบน้ำหยดจ่ายน้ำลงกระถางทุกชั้นอย่างสม่ำเสมอ

   

  1. บล็อกปลูกต้นไม้ (Planting Block Wall) ลักษณะเป็นผนังบล็อกคอนกรีตหรือดินเผา มีช่องสำหรับใส่ต้นไม้ยึดกับโครงสร้างหรือก่อเป็นผนังถาวร มีรูระบายน้ำหยดผ่านบล็อกแต่ละชั้นตามเหมาะสม เพื่อสามารถให้น้ำและสารอาหารอย่างทั่วถึง พืชพันธุ์ไม้ชนิดในร่ม ได้แก่ พลูด่าง โฮย่า เดฟ ริปซาลิส ชนิดพันธุ์ไม้กลางแจ้ง ได้แก่ ริบบิ้นแดง-เขียว ผักเป็ดแดง-เขียว หลิว หัวใจม่วง ฯลฯ

  1. ผนังไม้เลื้อย (Climbing Plants on Trellis System) ปลูกไม้เลื้อยในดินหรือกระบะปล่อยให้เลื้อยไปบนผนังหรือโครงยึดเกาะจนเต็มแผง สามารถใช้กันแดดผนังอาคารได้ดี  พืชพันธุ์ที่ใช้ปลูก ได้แก่ ตีนตุ๊กแก สร้อยอินทนิล จันทร์กระจ่างฟ้า ม่านบาหลี สายน้ำผึ้ง สร้อยฟ้า หิรัญญิการ์ ใบระบาด ฯลฯ

   

ประโยชน์ของสวนแนวตั้ง

1) เพิ่มพื้นที่สีเขียว

2) ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างระบบนิเวศ ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อันเป็นสาเหตุหลักของปัญหาโลกร้อน และยังช่วยลดฝุ่นละอองและสารพิษบางชนิด

3) ลดความร้อนในอาคาร ช่วยประหยัดพลังงาน

4) ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และสร้างบรรยากาศสุนทรียภาพให้กับพื้นที่

5) เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก เช่น แมลงต่างๆ

อ้างอิงจาก : คู่มือแนวทางการออกแบบโครงข่ายสีเขียวและพื้นที่สีเขียวแนวตั้ง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้

สวนแนวตั้งในพื้นที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

 

ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา สามารถพบเห็นสวนแนวตั้งได้หลายแห่งและหลายรูปแบบ ทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและส่วนงานมหาวิทยาลัย เป็น Landmark ของมหาวิทยาลัยและที่จดจำของผู้พบเห็น ช่วยเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักศึกษา ตัวอย่าง เช่น

  1. อาคารมหิดลอดุลยเดช-พระศรีนครินทร คณะพยาบาลศาสตร์ ลักษณะเป็นรางคอนกรีตบนโครงสร้างโดยรอบอาคารที่ถูกออกแบบเฉพาะ บรรจุดินและวัสดุยึดราก ปลูกต้นปีบ

  1. อาคารจอดรถสิทธาคาร ลักษณะเป็นรางคอนกรีตบริเวณระเบียงกันตกโดยรอบอาคาร ออกแบบก่อสร้างมาพร้อมอาคาร บรรจุดินปลูกต้นสร้อยอินทนิล

  1. อาคาร 3-4 คณะวิทยาศาสตร์ (บริเวณด้านหน้าอาคาร)  ลักษณะเป็นรางคอนกรีตบริเวณกันสาดรอบอาคาร ออกแบบก่อสร้างมาพร้อมอาคาร บรรจุดินปลูกพืชพันธุ์หลากหลาย

  1. อาคารเรียนและปฏิบัติการรวมด้านสัตวศาสตร์และสัตวแพทยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ลักษณะเป็นกระถางปลูกต้นไม้ขนาดเล็กวางบริเวณกันสาด คอร์ทกลางอาคาร ปลูกพืชพันธุ์หลากหลาย

  1. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล (บริเวณด้านหน้าอาคาร) เป็นสวนแนวตั้งผนังตะแกรงเหล็ก ปลูกไม้เลื้อยและวางกระถางต้นไม้ขนาดเล็ก เช่น พลูด่าง

สวนแนวตั้งในพื้นที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ที่ดำเนินการโดย กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม

 

  1. สวนแนวตั้งบริเวณด้านหน้าเรือนเพาะชำ ตรงข้ามลานจอดรถ 3 (Parking 3 ) กองกายภาพและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2563 โดยบริษัท ไม้เดิม จำกัด ลักษณะเป็นสวนแนวตั้งผนังผ้ายึดติดโครงผนังเหล็กในแนวรั้วเดิมของ MU Garden ขนาดสวนแนวตั้ง สูง 2.4 เมตร ยาว 37.0 เมตร พันธุ์ไม้ตกแต่งลวดลาย ได้แก่ สับปะรดสี บุษบาฮาวายด่าง พุดศุภโชค แดงชาลี และหนวดปลาหมึกเขียว พร้อมระบบรดน้ำอัตโนมัติ

  1. สวนแนวตั้งอาคารสิริวิทยา เป็นสวนแนวตั้งผนังผ้ายึดติดโครงผนังเหล็ก ตั้งอยู่บริเวณผนังอาคารสิริวิทยาฝั่งถนนส่องไทยทัศน์ มีขนาด สูง 6.6 เมตร ยาว 22.0 เมตร แนวคิดในการออกแบบลวดลายสวนแนวตั้ง ใช้ความแตกต่างของสีสัน และ texture ของพืชพรรณที่หลากหลาย เพื่อสร้างสรรค์เป็นรูปดินสอวางอยู่บนหนังสือที่เปิดอ่านเพื่อสอดคล้องกับแนวคิดของการออกแบบอาคารสิริวิทยา