Refill Water
07/07/2021
Mahidol Eco Park
15/07/2021

Smart Building

Smart Building

มหาวิทยาลัยมหิดลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco-University) และมียุทธศาสตร์ที่สนับสนุนผลงานทางด้านสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี ในการผลักดันการบริหารจัดการอาคารและพื้นที่โดยรอบภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับโลกยุคเทคโนโลยีดิจิทัล ที่นำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการระบบต่าง ๆ ของอาคารและพื้นที่โดยรอบภายในมหาวิทยาลัยมหิดล อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร (Resource Efficiency) รวมทั้งสามารถให้ความรู้แก่ นักศึกษา บุคลากร บุคคลภายนอกที่สนใจเรียนรู้การบริหารจัดการอาคาร การดูแลพื้นที่โดยรอบอาคาร พื้นที่ส่วนกลาง เช่น ระบบบริหารจัดการการใช้พลังงานภายในอาคาร (Energy management) ระบบแสดงผลข้อมูลการใช้น้ำประปาของแต่ละอาคาร (Smart Digital Water Meter) ระบบแสดงปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า (Automatic Meter Reading) ระบบตรวจวัดระดับน้ำในแหล่งน้ำ (Automatic Water Levels Measurement) ระบบรวบรวมข้อมูลส่วนกลาง (ECO Data Center) เป็นต้น ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลมีการส่งเสริมให้แต่ละอาคารติดตั้งระบบ Smart buildingเพื่อการบริหารจัดการระบบต่าง ๆ ภายในอาคาร และส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน อย่างเช่น ระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากระบบจำหน่ายหลัก ที่มีการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากปิโตเลียม ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 7 (Affordable and Clean Energy) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 9 (Industry, Innovation and Infrastructure) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 11 (Sustainable Cities and Communities)

Energy management

          ระบบบริหารจัดการการใช้พลังงานภายในอาคาร (Energy management) เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อลดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าลง จากการกำหนดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) ที่มีผลต่อการคำนวณค่าไฟฟ้ารวมรายเดือน ซึ่งจะขึ้น – ลง ตามการใช้งานระบบไฟฟ้าชั่วขณะทุก ๆ 15 นาที และนำค่าที่สูงสุดภายในเดือนนั้น ๆ มาเป็นฐานในการคำนวณค่าไฟฟ้ารายเดือน และยังสามารถบริหารจัดการ ควบคุมปริมาณการใช้งานระบบปรับอากาศ ซึ่งสัดส่วนการใช้พลังงานหลักอยู่ที่ระบบปรับอากาศร้อยละ 51.63 ระบบไฟฟ้าแสงสว่างร้อยละ 11.92 และระบบอื่น ๆ ร้อยละ 36.44 ของการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดของอาคาร การคำนวณค่าไฟฟ้าตามอัตราค่าไฟฟ้า TOU (Time of Use Rate – TOU) ที่กำหนดใช้ในปัจจุบันสะท้อนถึงต้นทุนไฟฟ้าอย่างแท้จริงกล่าวคือ ในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูง On Peak ค่าไฟฟ้าจะสูง แต่ในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าต่ำ Off Peak ค่าไฟฟ้าจะต่ำ จากการบันทึกข้อมูลการพลังงานไฟฟ้าของอาคารศูนย์การเรียนรู้มหิดล ตั้งแต่ปี 2560 – 2561 เพื่อนำมาเปรียบเทียบก่อน และหลังการทำโครงการ โปรแกรมจัดการพลังงานจะกำหนดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (maximum electricity demand) : >500 kW  หมายถึง เครื่องปรับอากาศจะได้รับการควบคุม โดยตัดวงจรไฟฟ้าในส่วนของคอมเพรสเซอร์ให้หยุดการทำงานเมื่อค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด >500 kW  ชั่วขณะระหว่าง 3-5 นาที เพื่อควบคุม และลดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) โดยจะยังคงระดับอุณหภูมิภายในห้องไว้ที่ 22-25 °C  เมื่อติดตั้งพร้อมใช้งานได้เปรียบเทียบผลประหยัดพลังงานไฟฟ้าหลังจากติดตั้งโปรแกรมจัดการพลังงาน ในช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนมิถุนายน 2562 เป็นระยะเวลา 6 เดือนทำให้สามารถควบคุม และลดค่าความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) ได้กว่า 300 kW./เดือน หรือคิดเป็นอัตราเฉลี่ยร้อยละ 43.22 อีกทั้งยังลดค่าไฟฟ้าเป็นจำนวนเงิน 233,715.39 บาท/เดือน หรือคิดเป็นอัตราเฉลี่ยร้อยละ 37.76 ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) อยู่ที่ 14 เดือนโดยประมาณ การดำเนินโครงการนี้ มหาวิทยาลัยมหิดลเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 7 (Affordable and Clean Energy) เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในอาคารอย่างยั่งยืน

Smart Digital Water Meter

ระบบแสดงผลข้อมูลการใช้น้ำประปาของแต่ละอาคาร (Smart Digital Water Meter) เป็นโครงการเปลี่ยนมาตรวัดน้ำประปาที่มีอายุเกิน 8 ปี มีค่าความคลาดเคลื่อนสูง และเกิดสนิมผุกร่อนตามอายุการใช้งาน เนื่องจากสิ่งปนเปื้อนในน้ำประปา ทำให้อุปกรณ์ภายในมาตรวัดน้ำประปาเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว จึงทำให้วัดค่าปริมาณการใช้น้ำไม่เที่ยงตรง เปลี่ยนเป็นมาตรวัดน้ำประปาแบบดิจิตอล เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และเป็นมหาวิทยาลัยก้าวสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งสามารถติดตาม และตรวจสอบข้อมูลการใช้ปริมาณน้ำผ่านระบบออนไลน์ นอกจากนี้ข้อมูลปริมาณน้ำที่ได้รับมีความเที่ยงตรง และสามารถแจ้งเตือนหากมีการใช้ปริมาณน้ำที่ผิดปกติ ซึ่งสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และนำข้อมูลที่ได้รับมาใช้ประโยชน์เพื่อการจัดการดูแลบริหารการใช้น้ำอย่างยั่งยืนต่อไป อีกทั้งเพื่อสอดคล้องกับการส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 6 (Clean Water and Sanitation) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 11 (Sustainable Cities and Communities) โดยเริ่มดำเนินการเปลี่ยนมาตรวัดน้ำประปาจำนวน 24 หน่วยงาน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 จากการเปลี่ยนมาตรวัดน้ำประปาแบบดิจิตอล สามารถดูข้อมูลการใช้ปริมาณน้ำประปาแต่ละอาคารได้ที่ https://waterdatacenter.com/login.html

ภาพเว็บไซต์แสดงข้อมูลปริมาณน้ำประปาแต่ละอาคาร

Automatic Meter Reading

ระบบแสดงปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า (Automatic Meter Reading) เป็นโครงการเปลี่ยนมิเตอร์วัดไฟฟ้าของอาคาร ที่ยังคงเป็นมิเตอร์รุ่นเก่าแบบจานหมุน หรือมิเตอร์ที่มีสภาพเริ่มชำรุดเนื่องจากการใช้งานเป็นระยะที่ยาวนาน เปลี่ยนเป็นมิเตอร์แบบ AMR (Automatic Meter Reading) ที่สามารถดึงข้อมูลจากมิเตอร์อัตโนมัติ ผ่านระบบ SCADA monitoring โดยไม่ต้องใช้บุคคลากรไปจดหน่วยไฟฟ้าหน้ามิเตอร์และลดค่าใช้จ่ายที่จ้างการไฟฟ้าฯในการจดหน่วยมิเตอร์ และยังมีการจัดทำระบบเว็ปไซด์ที่แสดงข้อมูลการใช้พลังงานในแต่ละอาคารที่ดำเนินการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าแบบใหม่ โดยสามารถนำข้อมูลดังกว่ามาวิเคราะห์เพื่อการบริหารจัดการพลังงานของอาคารได้ และสนับสนุนการลดการใช้พลังงานของอาคารในอนาคตให้สามารถใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งสอดคล้องกับการส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 9 (Industry, Innovation and Infrastructure) และสามารถดูข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้าผ่านเว็ปไซด์ www.mahidol-amr.com ทางมหาวิทยาลัยมหิดลดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์แบบ AMR จำนวน 86 ชุด ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564

Automatic Water Levels Measurement

ระบบตรวจวัดระดับน้ำในแหล่งน้ำ (Automatic Water Levels Measurement) เป็นโครงการที่มหาวิทยาลัยมหิดลดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์วัดระดับน้ำ และควบคุมสถานสูบระบายน้ำฝน รับ-ส่ง ข้อมูลระยะไกล เพื่อนำเทคโนโลยีและข้อมูลสารสนเทศมาใช้ในการติดตามข้อมูลวัดระดับน้ำภายในคลอง เพื่อป้องกันสถานการณ์น้ำท่วม ภัยแล้ง สามารถติดตาม และตรวจสอบข้อมูลที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ข้อมูลจากการตรวจวัดสามารถนำข้อมูลที่ได้รับมาใช้เพื่อคาดการณ์ด้านน้ำท่วม และภัยแล้งซึ่งข้อมูลที่ได้สามารถนำไปใช้ในการวางแผนบริหารจัดการ และการตัดสินในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการต่อยอดข้อมูลทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อพัฒนาคุณภาพที่ดีมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับการส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 6 (Clean Water and Sanitation) อีกทั้งเพื่อควบคุมการเปิด – ปิด เครื่องสูบระบายน้ำฝนระยะไกล โดยสามารถควบคุมการเปิด-ปิดการทำงานของปั๊มสูบระบายน้ำผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องไปควบคุมการเปิด-ปิดการทำงานของปั๊มสูบระบายน้ำ ณ ที่ติดตั้งปั๊มสูบระบายน้ำ ในขณะที่เกิดฝนตกหนักภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยมหิดล โครงการติดตั้งอุปกรณ์วัดระดับน้ำ และควบคุมสถานสูบระบายน้ำฝน รับ-ส่งข้อมูลระยะไกล นี้ดำเนินการแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564

ECO Data Center

ECO Data Center

          ระบบรวบรวมข้อมูลส่วนกลาง (ECO Data Center) เป็นโครงการที่มหาวิทยาลัยดำเนินการรวบรวมข้อมูลของระบบส่วนกลางต่าง ๆ มาแสดงผลบนหน้าจอ ณ ห้อง 304 อาคารศูนย์การเรียนรู้มหิดล โดยการติดตั้งหน้าจอ LED จำนวน 3 เครื่อง พร้อมระบบประมวลผลการแสดงผลหน้าจอ โดยการแสดงผลนั้น ได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เช่น ระบบบริหารจัดการการใช้พลังงานภายในอาคาร (Energy management) ระบบแสดงผลข้อมูลการใช้น้ำประปาของแต่ละอาคาร (Smart Digital Water Meter) ระบบแสดงปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า (Automatic Meter Reading) ระบบตรวจวัดระดับน้ำในแหล่งน้ำ (Automatic Water Levels Measurement) ระบบการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop System) ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เป็นต้น การรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ นั้น ทำให้มหาวิทยาลัยสะดวกต่อการจัดการ บริหารระบบสาธารณูปโภคภายในมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นอย่างยิ่ง และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 9 (Industry, Innovation and Infrastructure) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 11 (Sustainable Cities and Communities) โดยการดำเนินโครงการติดตั้งระบบ Eco data center นี้แล้วเสร็จตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564