ผังแม่บทมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา  พ.ศ.2551

 

แนวคิดหลัก  มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสีเขียว (Greens University)

ผังแม่บทมหาวิทยาลัย ปี พ.ศ. 2551 มีแนวคิดในการพัฒนามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ที่ต้องการสร้าง “มหาวิทยาลัยเมืองในฝัน” มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีลักษณะทางกายภาพที่ตอบสนองสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างกลมกลืน มหาวิทยาลัยเปรียบเสมือนเป็นบ้านที่สอง และเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของชาวมหิดลทั้งมวล องค์ประกอบด้านกายภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะสร้าง “เมืองมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้และอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ” (“A Promise Place to Live and Learn Together with Nature ”)

  • ด้านสังคม คือ การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้
  • ด้านกายภาพ คือ สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกอาคารที่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยและการศึกษา
  • ด้านสิ่งแวดล้อม คือ สภาพแวดล้อมที่เป็นองค์รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์และสภาพแวดล้อมธรรมชาติ

ตลอดจนชุมชนโดยนอกมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยสีเขียว (Greens University) เป็นแนวคิดหลักที่สำคัญในการสร้างมหาวิทยาลัยที่ส่งเสริมการเรียนรู้ควบคู่ไปกับธรรมชาติ สร้างมหาวิทยาลัยเปรียบเสมือนเป็นสวนพฤกษศาสตร์ (Arboretum) อันเป็นแนวทางหลักของการพัฒนามหาวิทยาลัย นำไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่บูรณาการสิ่งแวดล้อมที่ร่มรื่น ส่งเสริมสุขภาวะ สะอาด ปราศจากมลพิษ     มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า มีสภาพภูมิทัศน์ที่สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย กลมกลืนกับธรรมชาติ มีพื้นที่โล่ง พื้นที่       สีเขียวเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและเอื้อต่อกิจกรรมการเรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งยังส่งเสริมการลดการใช้พลังงาน สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน เพื่อให้นักศึกษาและประชาคมชาวมหิดล สามารถอยู่ในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ได้อย่างมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น การพัฒนาดังกล่าว ยังมุ่งหมายให้มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เป็นผู้นำแก่ชุมชนข้างเคียงทางด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติอีกด้วย

กลยุทธ์ 3 Greens ในการพัฒนามหาวิทยาลัยสีเขียว (Greens University)

  • Greens 1 Save and Healthy Campus เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและบรรยากาศที่ดีและปลอดภัยในการทำงาน

– มีความหลากหลายของพืชพรรณต่างๆ ทั้งพืชพรรณท้องถิ่น พืชสมุนไพร และพืชพรรณเพื่อการศึกษาวิจัย

– เพิ่มปริมาณต้นไม้ในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่กิจกรรม ทางเดินต่างๆ

– สร้างสวนและภูมิทัศน์ ที่มีเอกลักษณ์และเหมาะสมกับพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม

ของมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

– ปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษด้วยเทคโนโลยีในด้านต่างๆ เช่น ระบบบำบัดน้ำเสีย ใช้ Gray Water

เพื่อรดน้ำต้นไม้ รีไซเคิลขยะ และการลดมลภาวะทางอากาศโดยไม่สนับสนุนให้ใช้รถยนต์ การเผาขยะ

สนับสนุนการปลูกต้นไม้ และการใช้จักรยานแทนการใช้รถยนต์

  • Greens 2 Green Education & Technology  สนับสนุนให้มีการเรียนการสอน การวิจัย การพัฒนา และ

                    การถ่ายทอดเทคโนโลยี ที่นำไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว

– เพิ่มหลักสูตรหรือวิชาเลือก ที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน การอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและการจัด

บริการวิชาการและการศึกษาต่อเนื่องด้านการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม

– เน้นวิจัยด้านวิทยาศาสตร์อนุรักษ์ฟื้นฟูและเพิ่มคุณภาพของสิ่งแวดล้อม

– พัฒนานวัตกรรมขบวนการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

– พัฒนาความรู้ทางวิทยาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อปกป้องสภาพแวดล้อม ในพื้นที่มหาวิทยาลัยมหิดลและ

พื้นที่ชุมชนโดยรอบ

  • Greens 3 Green Preservation Energy  มหาวิทยาลัยที่มีการบริหารจัดการที่ดีเพื่อทำให้เกิดการใช้

                   ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด

– ออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน การใช้แสงธรรมชาติ และการลดอุณหภูมิภายนอกอาคาร

– ลดการใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิง Fuel oil และเปลี่ยนเป็นพาหนะที่ใช้ไฟฟ้าหรือพลังงานทดแทน

สนับสนุนการเดินและการใช้จักรยาน สนับสนุนระบบขนส่งมวลชน

– เพิ่มทางเลือกการใช้พลังงานทดแทนประเภทต่างๆ ทั้งเพื่อการขนส่งและการใช้ในชีวิตประจำวัน

– การบริหารจัดการที่ดี ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า เช่น การปิดไฟตอนกลางวัน ลดปริมาณการใช้

เครื่องปรับอากาศและใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเท่าที่จำเป็น

          

ประโยชน์ที่ดิน  การพัฒนาระบบภูมิทัศน์  การพัฒนาระบบสัญจร  การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการ  และการควบคุมอาคารและสิ่งก่อสร้าง

  1. การพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดิน

 

เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและเกิดกลุ่มก้อนของกิจกรรมเดียวกันให้ชัดเจน ควบคุมการเติบโตของกิจกรรมต่างๆ และอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและธรรมชาติที่ดีไว้เป็นทรัพยากรสำคัญของมหาวิทยาลัย

 

     1.1 หลักการและแนวคิด

1) จัดกลุ่มพื้นที่กิจกรรมประเภทเดียวกันให้อยู่ในพื้นที่เดียวกันหรือต่อเนื่องกันให้มากที่สุด เพื่อความเป็นสัดส่วนและ มีความเชื่อมโยง ทั้งในด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

2) เพิ่มความหนาแน่นของการใช้ที่ดิน ในอนาคตอย่างเพียงพอและเหมาะสม โดยคงรักษาพื้นที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่ทั้งหมด

3) จัดแบ่งพื้นที่ในแต่ละกลุ่มพื้นที่กิจกรรมออกเป็นระบบบล็อกย่อย (Sub-block System)

4) กำหนดพื้นที่สีเขียวและที่ว่างสำคัญ เพื่อการสงวนรักษาให้เป็นปอดของมหาวิทยาลัยและชุมนุมมหิดล

     1.2 ประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน

โซนที่ 1 การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศึกษา
บล็อกที่ 1/1           พื้นที่การศึกษาหลัก
บล็อกที่ 1/2           พื้นที่การศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรม
บล็อกที่ 1/3           พื้นที่การศึกษาด้านสุขภาพ
โซนที่ 2 การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการบริหารและบริการกลาง
บล็อกที่ 2/1           บริเวณศูนย์การเรียนรู้มหิดลและสวนเจ้าฟ้า
บล็อกที่ 2/2           บริเวณมหิดลสิทธาคาร
โซนที่ 3 การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการวิจัยและบริการวิชาการ
บล็อกที่ 3/1           พื้นที่ศูนย์การวิจัยหลัก
บล็อกที่ 3/2           พื้นที่บริการวิชาการ
บล็อกที่ 3/3           พื้นที่ศูนย์การวิจัย
บล็อกที่ 3/4           พื้นที่บริเวณด้านทิศใต้ของถนนบรมราชชนนี
โซนที่ 4 การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
บล็อกที่ 4/1           บริเวณส่วนพักอาศัยของนักศึกษา
บล็อกที่ 4/2           บริเวณอาคารพักอาศัยของนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร(คอนโด)
โซนที่ 5 การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการกีฬาและนันทนาการ
บล็อกที่ 5/1           พื้นที่ศูนย์กีฬา
บล็อกที่ 5/2           พื้นที่กีฬาและนันทนาการกลางแจ้ง 1
บล็อกที่ 5/3           พื้นที่กีฬาและนันทนาการกลางแจ้ง 2
โซนที่ 6 การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสาธารณูปโภค
บล็อกที่ 6/1           บริเวณอาคารระบบบำบัดน้ำเสีย
บล็อกที่ 6/2           บริเวณอาคารอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและโรงผลิตปุ๋ยอินทรีย์
บล็อกที่ 6/3           บริเวณสถานีไฟฟ้าย่อย
โซนที่ 7 พื้นที่ซึ่งส่วนราชการอื่นขอใช้  คือ  บริเวณโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
โซนที่ 8 ที่ดินเขตผลประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรม
บล็อกที่ 8/1           พื้นที่เพื่อการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่
บล็อกที่ 8/2           บริเวณ MU Corner
โซนที่ 9 การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
บล็อกที่ 9/1           บริเวณอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ
บล็อกที่ 9/2           พื้นที่สีเขียวด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้
บล็อกที่ 9/3           พื้นที่สีเขียวด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

ผังแสดงการใช้ประโยชน์ที่ดิน

ผังแม่บทมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ฉบับปี 2551

 

2. การพัฒนาระบบภูมิทัศน์

  1.        2.1 แนวคิด ในการพัฒนาระบบภูมิทัศน์มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา  ต้องการสรรสร้าง-ภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่นและร่มเย็น ส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศชุมชนแห่งการเรียนรู้ มี 3 ประการ ดังนี้ประการแรก  คือ การอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวที่อุดมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ รวมทั้งรักษาระบบนิเวศของพื้นที่แต่ละส่วน ให้มีสภาพเป็นธรรมชาติเดิมให้มากที่สุดประการที่สอง  คือ การนำพื้นที่ว่างและพื้นที่สีเขียวมาพัฒนาเพื่อการใช้ประโยชน์ให้สอดคล้องกับกิจกรรม กีฬา นันทนาการ หรือเพื่อกิจกรรมการศึกษา และเป็นองค์ประกอบอาคารและสิ่งก่อสร้างอย่างสมดุลประการที่สาม  คือ การสร้างแนวแกนหลักสีเขียวและเส้นทางสีเขียว (Green Way) ที่เชื่อมต่อพื้นที่ทุกส่วนของมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การเป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งพักอาศัยท่ามกลางธรรมชาติอย่างบูรณาการ     2.2 การพัฒนาระบบภูมิทัศน์ภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ประกอบด้วย            2.2.1 แนวแกนหลักมหาวิทยาลัย (University Axis)  ประกอบด้วย                        1)  แนวแกนสีเขียวตะวันออก-ตะวันตก เป็นแกนหลักของการเดินเท้าและการขี่จักรยานภายในส่วนพื้นที่การศึกษา เชื่อมตั้งแต่ประตู 3 จนถึงถนนด้านหน้าหอพักนักศึกษาและพื้นที่ศูนย์กีฬา2) แนวแกนสีเขียวเหนือ-ใต้  เป็นแกนหลักของถนน การเดินเท้าและการขี่จักรยาน เริ่มตั้งแต่ประตูและถนนด้านข้างมหิดลสิทธาคาร แยกจากถนนบรมราชชนนี เชื่อมถนนถิ่นวิทยาการ ไปยังถนนศาลายาไทยาวาส-นครชัยศรี

ผังแสดงแนวแกนหลักของมหาวิทยาลัย

2.2 มุมมอง ที่หมายตา และช่องนำสายตา กำหนดมุมอง ที่หมายตา และช่องนำสายตา เพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางกายภาพที่สวยงาม เป็นที่จดจำและเป็นเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัย สร้างความรับรู้เกี่ยวกับทิศทางและเส้นทาง ตลอดจนสร้างทัศนียภาพที่ร่มรื่น

ผังแสดงมุมมอง ที่หมายตา และช่องนำสายตา

2.3 พื้นที่สำหรับกิจกรรม   การออกแบบพื้นที่ภายนอกอาคารเพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆ ของประชาคมในมหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมให้ประชาคมได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น โดยลักษณะของพื้นที่กิจกรรมสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ลานกิจกรรม ทางเดินกิจกรรม และจุดบริการ เพื่อสนับสนุนการมีสุขภาพที่ดี และความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนทุกช่วงอายุ สอดคล้องกับ SDGs ข้อที่ 3 Good Health and well-being

2.4 โครงข่ายพื้นที่สีเขียว  การเชื่อมต่อพื้นที่สวนสาธารณะประเภทต่างๆ  ด้วยแนวเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียว(Green Circulation)   ในลักษณะสวนทางเดิน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่สีเขียวต่อเนื่องขนาดใหญ่ เพื่อปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และอนุรักษ์ระบบนิเวศทางบก การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนข้อที่ 15 ( Life on Land )

ผังแสดงพื้นที่กิจกรรมและโครงข่ายพื้นที่สีเขียว

2.5 ระบบพื้นที่เพื่อการกีฬาและนันทนาการ   การจัดพื้นที่สำหรับกิจกรรมกีฬาและการออกกำลังกายแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ พื้นที่สนามกีฬาหลัก พื้นที่สนามหญ้าเพื่อการออกกำลังกาย  สระน้ำสำหรับพายเรือเล่น และเส้นทางจักรยานเพื่อการพักผ่อนและออกกำลังกาย

ผังแสดงพื้นที่เพื่อการกีฬาและนันทนาการ

2.2.6 ระบบการใช้ต้นไม้ เพื่อการใช้ประโยชน์ (Planting Use System)  การคำนึงถึงระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในระดับเรือนยอดต้นไม้ โดยการเชื่อมโยงระบบนิเวศ ทั้งที่มีอยู่เดิมและที่สร้างขึ้นใหม่ ให้มีความเขียวร่มรื่นเป็นธรรมชาติ เข้าด้วยกันด้วยแนวคิด Tree Canopy Landscape Ecology แนวคิดที่สำคัญคือ การพิจารณาขนาดของต้นไม้ทั้ง 3 ขนาด ได้แก่ ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้คลุมดิน

แสดงแนวคิด Tree Canopy Landscape Ecology

ผังแสดงระบบการใช้ต้นไม้ (Planting System)

2.2.7  แนวคิดการเลือกพรรณไม้ (Landscapes Planting Concept) การเลือกพรรณไม้สำหรับพื้นที่ประเภทต่างๆ แนวคิดที่สำคัญสองประการ คือ เลือกพรรณไม้ แบ่งตามความสำคัญของถนนแต่ละเส้น และเลือกพรรณไม้แบ่งตามลักษณะภูมิประเทศของพื้นที่สวน

ผังแสดงพื้นที่สีเขียวและแนวคิดการเลือกพรรณไม้

2.2.8  การให้แสงสว่าง (Lighting Concept) นอกจากแนวคิดการออกแบบสวนประเภทต่างๆ แล้ว  การคำนึงถึงพื้นที่ใช้งานยามค่ำคืน ก็เป็นสิ่งสำคัญซึ่งต้องมีการกำหนดแนวทางการออกแบบ เพื่อให้เกิดความสวยงาม สอดคล้องกับการใช้งาน โดยมีหลักแนวคิด คือ การพิจารณาความสว่างของพื้นที่ ให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะแต่ละพื้นที่ ซึ่งผังแม่บท ได้กำหนดค่าความสว่างที่เหมาะสม ตามมาตรฐานการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม

ผังแสดงระบบแสงสว่างในงานภูมิทัศน์

  1. การพัฒนาระบบการสัญจร

3.1 แนวคิด

ส่งเสริมการพัฒนาระบบถนนและที่จอดรถ ระบบทางจักรยาน และระบบทางเดินเท้าให้สอดคล้องกับแนวคิดของมหาวิทยาลัยสีเขียว(Green University) ประกอบด้วย ความปลอดภัย (Safety) ความเป็นระเบียบเรียบร้อย (Tidiness) ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Environmentally Sound) ความพึงพอใจของชุมชน (Community Satisfaction)  โดยมีแนวคิด  ในการการพัฒนา ดังนี้

1) การเปลี่ยนมหาวิทยาลัยที่เน้นการสัญจรทางรถยนต์ไปเป็นการเดินเท้าและการขี่จักรยานโดย ลดความสำคัญของการสัญจรทางรถยนต์ ด้วยการปรับลดผิวถนนสายหลักให้เหลือเพียง 3 เลน ไม่มีเกาะกลาง โดยปรับพื้นผิวถนนเดิมมาเป็นทางเดินเท้าและจักรยาน พร้อมภูมิทัศน์ที่ร่มรื่น

2) จัดทางสัญจรทางรถให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีการพัฒนาใหม่เท่าที่จำเป็นอย่างเพียงพอ

3) ควบคุมเส้นทางสัญจรทางรถไว้ที่พื้นที่รอบนอกกลุ่มอาคารการศึกษา เพื่อรักษาพื้นที่ภายในส่วนการศึกษาไว้สำหรับการเดินและการขี่จักรยานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ความร่มรื่น และใกล้ชิดกับธรรมชาติ

4) ก่อสร้างอาคารจอดรถ และปรับพื้นที่จอดรถเดิมเป็นที่ว่างสีเขียวเพื่อรองรับกิจกรรมของนักศึกษาและบุคลากร     5) เน้นบริการรถขนส่งสาธารณะและการสัญจรในมหาวิทยาลัยด้วยการเดินและขี่จักรยาน

      3.2 ระบบถนนและที่จอดรถยนต์

3.2.1 เส้นทางโครงข่ายคมนาคม จำแนกเป็น

ถนนสายหลัก 7 สาย ทำหน้าที่เป็นทางสัญจรเข้า-ออก และเส้นทางหลักไปยังพื้นที่ต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย
ถนนสายรอง 10 สาย ทำหน้าที่เป็นถนนเชื่อมต่อกับถนนสายหลักเข้าสู่พื้นที่ภายในหน่วยงานต่างๆ
ถนนบริการและทางสัญจรในหน่วยงาน
ถนนคนเดินและการบริการเฉพาะช่วงเวลา

ผังแสดงถนนสายหลัก-สายรอง

3.2.2 การเข้าออกและทิศทางการสัญจร   กำหนดให้มีประตูทางเข้า-ออกมหาวิทยาลัย 7 ประตู
3.2.3 ระบบการจอดรถและที่จอดรถยนต์   เสนอให้ก่อสร้างอาคารจอดรถขึ้น 4 อาคาร เพื่อรองรับจำนวนรถยนต์ประมาณ 2,000 คันในอนาคต พร้อมกับการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเพื่อขนส่งผู้ใช้รถยนต์ไปยังส่วนต่างๆ โดยในระยะเร่งด่วนในระหว่างที่ยังไม่ก่อสร้างอาคารจอดรถ ให้ก่อสร้างที่จอดรถชั่วคราว

ผังแสดงถนน ทางเดินรถ อาคารจอดรถ

      3.3 ระบบเส้นทางจักรยาน และที่จอดจักรยาน   

ประกอบด้วยเส้นทางจักรยานสายหลักและสายรองขนานไปกับทางเดิน โดยแยกช่องทางเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและร่มรื่น กระตุ้นให้เกิดการใช้จักรยานในการสัญจรมากขึ้น

ผังแสดงแสดงเส้นทางจักรยาน

ผังแสดงทางจักรยานและจุดจอดจักรยาน

3.4 ระบบทางเดินเท้า    ประกอบด้วยทางเดินสายหลักและสายรอง  มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของทางเท้าที่สอดคล้องกับกิจกรรมและการเชื่อมต่อกับระบบภูมิทัศน์ โดยคำนึงถึงความสะดวกในการเข้าถึง ความปลอดภัย และการเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

ผังแสดงทางเดินเท้า

ผังแสดงทางเดินเท้ามีหลังคาคลุม

      3.5  ขนาดของถนน    การพัฒนาระบบการสัญจรภายในมหาวิทยาลัย ตามผังแม่บท ฉบับปี ๒๕๕๑ ได้กำหนดขนาดของเส้นทางการจราจร ถนนสายหลัก ถนนสายรอง และถนนบริการและสัญจรภายในหน่วยงาน ตัวอย่างเช่น

      3.6  ระบบขนส่งมวลชนภายใน (Shuttle bus)   แนวคิดหลักในการจัดระบบขนส่งมวลชนเพื่อลดการใช้รถยนต์ภายในมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งสนับสนุนการเดินเท้าและการใช้จักรยาน

ผังแสดงเส้นทางรถขนส่งสาธารณะ

  1. การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการ

การพัฒนาระบบสาธารณูปโภค อันได้แก่ ระบบไฟฟ้ากำลัง ระบบสุขาภิบาล ศูนย์การบริการ ระบบสื่อสาร ระบบโทรศัพท์ ระบบการจัดการขยะ และแนวคิดระบบระบายน้ำ  เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่ในอนาคต โดยคำนึงถึงการลดการใช้พลังงาน การรักษาสิ่งแวดล้อม การลดการใช้ทรัพยากรภายในมหาวิทยาลัย การใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เป็นตัวอย่างแก่ชุมชน

ผังแสดงแนวระบบไฟฟ้า

ผังแสดงแนวเมน DUCT BANK  ระบบสื่อสาร

ผังแสดงระบบท่อจ่ายน้ำประปา

ผังแสดงแนวคิดการปรับปรุงระบำบัดน้ำเสีย

ผังแสดงแนวคิดแนวคิดปรับปรุงระบบระบายน้ำฝน+กันน้ำท่วม

ผังแสดงจุดบริการสาธารณะภายในมหาวิทยาลัย

ผังแสดงโทรศัพท์สาธารณะและฉุกเฉิน

ผังแสดงเส้นทางรถขยะและจุดพักขยะ

  1. การควบคุมอาคารและสิ่งก่อสร้าง

            เพื่อรองรับการขยายตัวของอาคารในอนาคต โดยการควบคุมระบบการวางผังอาคารและสิ่งก่อสร้าง ให้มีการใช้ที่ดินที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม และมีลักษณะอาคารสอดคล้องกับอาคารข้างเคียงอย่างเป็นระบบ เพื่อความงดงามและ        ลดความแออัดของอาคารในพื้นที่ มีการกำหนดทางเข้าออกอาคาร ทางบริการ การเปิดมุมมองและทางสัญจรจากภายในสู่ภายนอกอาคารเพื่อเชื่อมธรรมชาติกับอาคารให้เป็นหนึ่งเดียว โดยกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเกิดอาคาร และการออกแบบอาคารในอนาคต  ดังนี้

      5.1 รูปผังอาคาร รูปแบบอาคารในแผนอนาคตจะต้องมีการพิจารณาถึงลักษณะผังอาคาร เพื่อใช้เป็นแนวทางในการออกแบบ เช่น ช่องเปิด มุมมอง พื้นที่เปิดโล่ง รูปแบบอาคารเพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนรู้และการเชื่อมต่อในการใช้งาน

ผังแสดงแผนการก่อสร้างอาคาร ตามผังแม่บท

แสดงแปลนตัวอย่างการเปิดชั้นล่างโล่งสู่พื้นที่ว่างรอบ

แสดงภาพตัดตัวอย่างการเว้นที่ว่างระหว่างอาคารและภูมิทัศน์รอบอาคาร

แสดงแปลนตัวอย่างการเว้นที่ว่างและเปิดช่องว่าง

      5.2 ความสูงอาคาร   กำหนดแนวทางควบคุมความสูงของอาคาร โดยพิจารณาในแต่ละพื้นที่ บริบท อาคารข้างเคียง   เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดจากอาคารสูงบดบังทัศนียภาพต่างๆ ของมหาวิทยาลัย และปฏิบัติตามกฎหมาย

การกำหนดความสูง(จำนวนชั้น)ของอาคารสร้างใหม่ตามผังแม่บท

พื้นที่ควบคุมความสูงอาคาร ภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2549

5.3 ระยะถอยร่นอาคาร   กำหนดแนวถอยร่นอาคารเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยของแนวอาคารให้มีความต่อเนื่องกับอาคารเดิม ป้องกันการเกิดปัญหาความแออัดของอาคาร และพื้นที่เปิดโล่งทำให้อาคารได้รับแสงธรรมชาติ ช่องมองทางสายตา และพื้นที่กิจกรรมเพิ่มขึ้น

ผังระยะร่นอาคาร

5.4 ระยะร่นระหว่างอาคาร   การพัฒนาและการขยายตัวต่อไปในอนาคต ต้องการพื้นที่ก่อสร้างอาคารเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องการพื้นที่ว่างระหว่างอาคารเพื่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี ดังนั้น ระยะห่างระหว่างอาคาร จึงควรกำหนดตามความเหมาะสมของกิจกรรม ของบริเวณการใช้ประโยชน์ที่ดิน และความต้องการเพิ่มคุณภาพทางสิ่งแวดล้อม โดยระยะร่นระหว่างอาคาร น้อยที่สุดไม่ควรต่ำกว่า 8 เมตร

แสดงระยะห่างระหว่างอาคาร

ผังแม่บทมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา พ.ศ.2551 สอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs)

                        เป้าที่ 3  พื้นที่กิจกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านสุขภาพ สุขอนามัย กีฬา การออกกำลังกาย และความเป็นอยู่ที่ดี (ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน)

                        เป้าที่ 4  พื้นที่กิจกรรมหรือโครงการที่ส่งเสริมการศึกษาที่เท่าเทียม การให้ความรู้/อบรมให้คนภายนอก การบริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการเรียนการสอน

                        เป้าที่ 6  พื้นที่กิจกรรมหรือโครงการด้านการจัดการน้ำใช้ น้ำเสีย และมลภาวะทางน้ำ การประหยัด/ลดการใช้น้ำ การอนุรักษ์น้ำ การนำน้ำมาใช้หรือการชลประทานที่ยั่งยืนและความมั่นคงทางน้ำ

                        เป้าที่ 7  พื้นที่กิจกรรมหรือโครงการที่ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การลดใช้พลังงาน พลังงานทางเลือก พลังงานสะอาด ส่งเสริมเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำหรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

                        เป้าที่ 12  พื้นที่กิจกรรมหรือโครงการที่ด้านการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การจัดการขยะ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

                        เป้าที่ 13  พื้นที่กิจกรรมหรือโครงการด้านการจัดการรับมือภัยพิบัติ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลดภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

                        เป้าที่ 14  พื้นที่กิจกรรมหรือโครงการด้านการใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ระบบนิเวศทางน้ำ การควบคุมคุณภาพน้ำทิ้ง

                        เป้าที่ 15  พื้นที่การใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ระบบนิเวศทางบก ความหลากหลายทางชีวภาพ สัตว์ประจำถิ่น และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน